
สินค้าฟุ่มเฟือยสำลักน้ำ
ไตรมาส4ยอดขายส่อร่วงแน่ซาบีน่า-ซิงเกอร์สู้กำลังซื้อหด
ไตรมาส4ยอดขายส่อร่วงแน่ซาบีน่า-ซิงเกอร์สู้กำลังซื้อหด
วิกฤตน้ำท่วมฉุดสินค้าแฟชั่นของฟุ่มเฟือยไตรมาส 4 ทรุด “ซาบีน่า-ซิงเกอร์” ปรับรับมือกำลังซื้อต่างจังหวัดร่วงระนาว
นายบุญชัย ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำท่วมหนักในหลายจังหวัดขณะนี้ จะกระทบกับกลุ่มสินค้าที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่น ซึ่งจะชัดเจนหลังน้ำลดหรือไตรมาส 4 ปีนี้ เพราะผู้บริโภคอาจชะลอซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย และในจังหวัดที่น้ำท่วมต้องใช้เงินเพื่อซ่อมแซมบ้าน ซื้อสินค้าที่จำเป็น
ดังนั้น บริษัทจึงเตรียมแผน 3 ขั้น คือ 1.จัดแคมเปญช่วยเหลือร้านค้าต่างจังหวัดในพื้นที่น้ำท่วม เช่น จ.พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี โดยนำสินค้ามาลดราคากว่า 50% ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2.ร่วมกับห้างค้าปลีกต่างๆ จัดลดราคา 40% และ 3.รวบรวมสินค้าที่จำเป็นเพื่อบริจาคให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ไตรมาส 4 บริษัทยังเตรียมปรับแผนตลาดชุดชั้นในซาบีน่าให้สอดคล้องกับภาวะตลาด โดยอาจจะเลื่อนแผนเปิดตัวสินค้าคอลเลกชันใหม่เป็นต้นปี 2555 จากเดิมจะเปิดตัวปลายปีนี้ ปัจจุบันบริษัทมียอดขายตลาดต่างจังหวัด 60% และกรุงเทพฯ 40%
ด้านโรงงานชัยนาทที่แรงงานไม่สามารถทำโอทีได้ตามปกติ คาดส่งผลกระทบกับกำลังการผลิตสินค้า 5% ของการผลิตทั้งหมด จากโรงงาน 5 แห่ง ที่ จ.ยโสธร บุรีรัมย์ ชัยนาท พุทธมณฑล และท่าพระ กรุงเทพฯ
นายบุญชัย กล่าวว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้า 2,500 ล้านบาท แบ่งเป็น ส่งออก 5% รับจ้างผลิตต่างประเทศ 25% และตลาดในประเทศ 70% เติบโต 20% จากปีก่อน ขณะที่ตลาดรวมชุดชั้นในมีแบรนด์กว่า 5,000 ล้านบาท คาดโต 17-18%
ด้านนายบุญยง ตันสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทมีลูกหนี้ผ่อนสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักในต่างจังหวัด ทำให้ไม่สามารถเรียกเก็บค่างวดได้ตามปกติ 5,000 บัญชี รวมกว่า 3.5 ล้านบาทต่อเดือน คิดเป็นสัดส่วน 2% จากลูกค้า 1.4 แสนบัญชี
ทั้งนี้ บริษัทได้บริหารความเสี่ยงด้วยการเพิ่มเก็บค่างวดสินค้าเป็น 700 บาทต่อเดือน จากเดิมอยู่ที่ 500 บาท สำหรับลูกค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครึ่งปีแรกมีลูกหนี้ชำระมากกว่าปกติถึง 7แสนราย
ช่วง 23 เดือนของปีนี้ ยังกังวลเรื่องกำลังซื้อผู้บริโภคโดยเฉพาะในต่างจังหวัดซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก ทำให้บริษัทได้ปรับแผนทำตลาดไปยังภาคอีสานและภาคเหนือ จากปัญหาน้ำท่วม จ.นครสวรรค์ ถึงจ.พระนครศรีอยุธยา ได้ลดเป้าโตจาก 15% เหลือ 12% หรือ 2,300 ล้านบาท







