
เกียย่องเสียบรถคันแรก
ส่งพิคันโตK1ร่วม-ญี่ปุ่นมึนรัฐฝันขายได้แน่5แสนคันทั้งปี
ส่งพิคันโตK1ร่วม-ญี่ปุ่นมึนรัฐฝันขายได้แน่5แสนคันทั้งปี
คิกออฟรถคันแรก ค่ายรถญี่ปุ่นมึน เกีย ส่งพิคันโต K1 เสียบวันสุดท้าย ด้านรัฐเอกชนมั่นใจทั้งปีขายตามเป้า 5 แสนคัน
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวในพิธีเปิดโครงการ “รถคันแรก” เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนตลาดรถยนต์ในประเทศให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งว่า ในงานดังกล่าวผู้ประกอบการหลายรายเกิดความสับสนว่า รถยนต์เกีย ซึ่งเป็นรถยนต์จากประเทศเกาหลี ได้นำรถยนต์เข้ามาจัดแสดงและร่วมโครงการนี้ได้อย่างไร เพราะน่าจะผิดข้อกำหนดของรัฐบาลที่จะต้องเป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศเท่านั้น และสติกเกอร์ที่ติดอยู่ข้างตัวรถเกีย ยังเขียนว่า “MADE IN KOREA”
ทั้งนี้ การเข้าร่วมงานแสดงรถยนต์คันแรกของเกียในครั้งนี้ เกียได้นำเสนอรถยนต์พิคันโต K1 ซึ่งมีราคาจำหน่ายต่ำกว่า 5 แสนบาท และสามารถเรียกคืนภาษีได้ 6-7 หมื่นบาท ทำให้ผู้ประกอบการในกลุ่มอีโคคาร์คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างมากในเรื่องนี้
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ต้องสอบถาเรื่องนี้จากทางกรมสรรพสามิต
ด้านนายอารยะ ชั้นกาญจน์ ที่ปรึกษาบริษัท ยนตรกิจเกียมอเตอร์ เปิดเผยว่ารถยนต์เกีย พิคันโต K1 ที่เข้ามาร่วมในโครงการนี้ ถือว่าเป็นรถที่ประกอบในประเทศในลักษณะ กึ่งน็อกดาวน์ (SKD–Semi Knock Down) โดยนำเข้าชิ้นส่วนหลักทั้งในส่วนของแชสซี เครื่องยนต์ ตัวถัง และเฟืองท้ายจากเกาหลี มาประกอบร่วมกับชิ้นส่วนในประเทศที่โรงงานร่มเกล้า
สำหรับชิ้นส่วนที่มีการใช้งานในประเทศไทย ประกอบไปด้วย ล้อแมกซ์ ยางรถยนต์ แบตเตอรี่และวิทยุ ซึ่งรถยนต์รุ่นอื่นของเกียที่ใช้ลักษณะเดียวกันก็คือเกีย โซล ซึ่งในส่วนของพิคันโตมีการประกอบในประเทศไทยตั้งแต่ที่มีการทำตลาดในเดือน ต.ค. 2553 ซึ่งเป็นโมเดลเก่า ขณะที่โมเดลใหม่ก็มีประกอบในประเทศเช่นกัน
“เรื่องของการนำเข้าสามารถตรวจสอบได้กับทางกรมศุลกากรเพราะเราเสียภาษีในระดับอัตรา 25% ซึ่งสูงกว่าอีโคคาร์ที่เสีย 17% และบีเซ็กเมนต์ที่เสียอยู่ 20-25%” นายอารยะ กล่าว
ทั้งนี้ เกียพิคานโต เควัน มีจำหน่าย 2 รุ่นในประเทศไทย ใช้เครื่องยนต์ 1,250 ซีซี. ทั้งหมด ประกอบด้วย รุ่นเกียร์ธรรมดาวางราคาจำหน่าย 4.25 แสนบาท ได้รับเงินคืน 6.6 หมื่นบาท และรุ่นเกียร์อัตโนมัติ วางราคาจำหน่าย 4.97 แสนบาท ได้เงินคืน 7.3 หมื่นบาท และมีแผนที่จะนำเข้ารุ่นตกแต่งพิเศษเข้ามาจำหน่ายในอนาคต
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง ในฐานะกำกับดูแลกรมสรรพสามิต กล่าวว่า จะเสนอเรื่องเพิ่มเงื่อนไขรถคันแรก ให้รถยนต์ประกอบนอก (ซีบียู) ได้สิทธิประโยชน์จากการคืนเงินรถคันแรก ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในสัปดาห์หน้า
นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ในส่วนของการคืนเงินภาษีสรรพสามิต ตามนโยบายของรัฐบาล ในโครงการรถยนต์คันแรกนั้น จะจ่ายในรูปแบบเงินชดเชยให้แก่ผู้ซื้อรถยนต์คันแรก โดยจ่ายผ่านทางกรมบัญชีกลาง และให้กรมสรรพากรเป็นผู้สอบสิทธิ์สำหรับผู้ยื่นเรื่องขอคืนเงินภาษีสรรพสามิตว่าเข้าเกณฑ์ที่ทางรัฐบาลกำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งมั่นใจว่ายอดการซื้อรถยนต์ ในโครงการรถยนต์คันแรกจะเป็นไปตามที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ที่ 5 แสนคัน
นางเพียงใจ แก้วสุวรรณ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวว่า เบื้องต้นประเมินว่าโครงการดังกล่าว จะช่วยกระตุ้นยอดการซื้อรถยนต์คันแรกได้ประมาณ 5 แสนคันตามที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีระยะเวลายาวถึงปี 2555 ซึ่งทำให้ประชาชนยังมีเวลาในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ใหม่
ขณะที่ปัญหาน้ำท่วมที่สร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ของประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นโอกาสในการกระตุ้นยอดการซื้อรถใหม่ในโครงการด้วยทั้งนี้มาตรการรถคันแรก จะคืนเงินให้กับผู้อเท่ากับจำนวนภาษีสรรพสามิตที่รถคันนั้นเสียอยู่ แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท สำหรับรถยนต์ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ในส่วนของรถยนต์นั่งจำกัดขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1500 ซีซี







