
หุ้นไทยภาคเช้าปิดบวก21.19จุด
หุ้นภาคเช้า11ต.ค.ปิดที่ระดับ 944.36 จุด เพิ่มขึ้น 21.19 จุด หรือ 2.30% มีมูลค่าการซื้อขาย 18,129.34 ล้านบาท
หุ้นภาคเช้า11ต.ค.ปิดที่ระดับ 944.36 จุด เพิ่มขึ้น 21.19 จุด หรือ 2.30% มีมูลค่าการซื้อขาย 18,129.34 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นไทยเช้าวันที่ 11 ต.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงตั้งแต่เปิดการซื้อขาย เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลปัญหาหนี้ยูโรโซน หลังผู้นำเยอรมันและฝรั่งเศสมีแผนที่จะแก้ไขปัญหาหนี้ของกรีซแบบยั่งยืนภายในสิ้นเดือนนี้ ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 330 จุด ช่วยหนุนจิตวิทยาลงทุน ส่งผลให้ดัชนีปิดภาคเช้าที่ระดับ 944.36 จุด เพิ่มขึ้น 21.19 จุด หรือ 2.30% มีมูลค่าการซื้อขาย 18,129.34 ล้านบาท
5 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด
1. SCC ปิดที่ 289 บาท เพิ่มขึ้น 14 บาท หรือ 5.09% มูลค่าการซื้อขาย 2,262.82 ล้านบาท
2. PTT ปิดที่ 289 บาท เพิ่มขึ้น 9 บาท หรือ 3.21% มูลค่าการซื้อขาย 2,072.69 ล้านบาท
3. KTB ปิดที่ 15.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท หรือ 5.52% มูลค่าการซื้อขาย 1,300.66 ล้านบาท
4. KBANK ปิดที่ 118.50 บาท เพิ่มขึ้น 3 บาท หรือ 2.60% มูลค่าการซื้อขาย 836.47 ล้านบาท
5. IVL ปิดที่ 31.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 5% มูลค่าการซื้อขาย 819.36 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ฟิลลิป ระบุว่า ความวิตกกังวลเรื่องหนี้ยูโรโซนจะผ่อนคลายลงต่อเนื่องหลังผู้นำเยอรมนีและฝรั่งเศสเผยเป้าหมายที่จะมีการกำหนดแนวทางที่ยั่งยืนในการแก้ไขปัญหากรีซ ทั้งการตกลงกันในเรื่องแนวทางการเพิ่มทุนธนาคารพาณิชย์ในยุโรป รวมถึงการนำเสนอแผนเร่งรัดการประสานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในยูโรโซนภายในสิ้นเดือนนี้ ทำให้บรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง รวมถึงดัชนีหุ้นไทยในวันนี้ แต่เชื่อว่า จะมีความผันผวนระหว่างทางสูง
ขณะที่วอลุ่มการซื้อขายดูเบาบางลง และดูเหมือนนักลงทุนแต่ละกลุ่มจะเน้นไปทางการเทรดดิ้งระยะสั้นมากกว่า ท่ามกลางปัญหาหนี้สินของทางยุโรปที่ต้องอาศัยเวลาในการติดตามความคืบหน้าต่อไปอย่างใกล้ชิด รวมถึงภาวะน้ำท่วมภายในประเทศ ดังนั้น คาดการปรับขึ้นของดัชนีจะยังติด กรอบ 935-950 จุดก่อน
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นยังคงเน้นการเก็งกำไรระยะสั้นต่อไปในสัดส่วนไม่เกิน 50% ของพอร์ต โดยให้แนวต้าน 934-950 จุด และให้แนวรับที่ 910-900 จุด







