
ประมวลผลเอสเอ็มอีวิกฤตน้ำถล่ม
จากสถานการณ์น้ำท่วมหนักในขณะนี้ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
จากสถานการณ์น้ำท่วมหนักในขณะนี้ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
โดย..สำนักแผนยุทธศาสตร์และนโยบาย
คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในพื้นที่ประสบอุทกภัยประมาณ 6 หมื่นราย โดยเอสเอ็มอีในอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ทั้งในเรื่องของเครื่องจักร อุปกรณ์ และสถานประกอบการที่ถูกน้ำท่วมเสียหายจนไม่สามารถทำการผลิตสินค้าได้ รวมถึงเรื่องวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตขาดแคลน และราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากวัตถุดิบทั้งหมดเป็นผลิตผลทางการเกษตร
ถัดมาคือ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง แม้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะประเมินว่าธุรกิจท่องเที่ยวไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไกลจากตัวเมือง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในตัวเมืองยังเที่ยวได้ปกติ (ยกเว้น จ.เชียงใหม่ ก่อนหน้านี้) แต่ในภาพรวมย่อมกระทบต่อความกังวลของนักท่องเที่ยว ซึ่งหากสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลายจะกระทบต่อช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่ใกล้จะถึง โดยเฉพาะภาคเหนือ จะกระทบ 15% ของแหล่งท่องเที่ยวทั้งหมด
ธุรกิจบริการขนส่งและธุรกิจค้าปลีก ก็เป็นอีกกลุ่มที่จะเดือดร้อน เนื่องจากรถขนส่งสินค้าของเอสเอ็มอีส่วนใหญ่เป็นรถบรรทุกขนาดเล็ก และเส้นทางการขนส่งสินค้าเสียหายมาก ทำให้ไม่สามารถเข้าไปส่ง กระจายสินค้าในพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมได้ ส่งผลถึงธุรกิจค้าปลีกในพื้นที่ ไม่มีสินค้าขายให้ผู้บริโภค คำสั่งซื้อสินค้าก็ลดลง เพราะกำลังซื้อของผู้บริโภคหายไป ทำให้ยอดส่งสินค้าในพื้นที่ดังกล่าวลดลงด้วย
ขณะที่มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ผ่านการอนุมัติแล้ว ได้แก่ การปล่อยสินเชื่อผ่านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) 2,000 ล้านบาท ใช้ปรับปรุง ซ่อมแซม ฟื้นฟูกิจการ หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียน วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย เป็นเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) สูงสุดไม่เกิน 6 ปี ปลอดชำระเงินต้น 2 ปีแรก ไม่ต้องใช้หลักประกัน หรือการค้ำประกัน และการตรวจสอบประวัติทางการเงิน ดอกเบี้ยคงที่ 8% ต่อปีตลอดสัญญา โดยรัฐบาลช่วยชดเชยดอกเบี้ยให้ 2% ทุกปี ส่วนผู้ประกอบการจะจ่ายเพียง 6% ต่อปี
อย่างไรก็ดี ภาครัฐควรพิจารณาถึงมาตรการตรึงราคาสินค้าทางการเกษตรที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตของผู้ประกอบการ เพื่อแบ่งเบาภาระต้นทุน หรือมีมาตรการที่สร้างความเชื่อมั่นและสร้างบรรยากาศในการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นตลาดให้แก่เอสเอ็มอีในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เช่น จัดกิจกรรมกระตุ้นท่องเที่ยวหลังน้ำลด การจัดมหกรรมขายสินค้าในท้องถิ่น เป็นต้น
ในส่วนของ สสว. ได้กำหนดแนวนโยบายการพัฒนาปรับปรุงสินค้าและบริการของเอสเอ็มอี ผ่านแผนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2555-2559) ภายใต้ยุทธศาสตร์สนับสนุนปัจจัยแวดล้อมให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ ภายใต้กลยุทธ์สร้างภูมิคุ้มกัน ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการสร้างความพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินในรูปแบบต่างๆ เช่น ภัยธรรมชาติ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ให้แก้ไข ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น
ในระยะเร่งด่วนหลังจากนี้ สสว. อาจจะมีโครงการหรือกิจกรรมเพื่อสนับสนุน หรือช่วยเหลือด้านการตลาดแก่ผู้ประกอบการหลังน้ำลด เพื่อให้ผู้ประกอบการมีรายได้และมีเงินกลับเข้ามาหมุนเวียนในธุรกิจ เป็นการสร้างกำลังใจอีกทางหนึ่งด้วย







