posttoday
4โจทย์ตลาดฝ่าวิกฤต

4โจทย์ตลาดฝ่าวิกฤต

08 ตุลาคม 2554

สภาธุรกิจตลาดทุนไทยพร้อมเดินเครื่องตามโจทย์เลขาฯ ก.ล.ต. 4 ข้อ ตั้งรับวิกฤตโลกที่จะผันผวนมากขึ้นใน 1-2 ปีข้างหน้า

สภาธุรกิจตลาดทุนไทยพร้อมเดินเครื่องตามโจทย์เลขาฯ ก.ล.ต. 4 ข้อ ตั้งรับวิกฤตโลกที่จะผันผวนมากขึ้นใน 1-2 ปีข้างหน้า

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เข้าพบและร่วมแสดงความยินดีกับนายวรพล โสคติยานุรักษ์ ที่เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พร้อมรายงานแผนงานและความคืบหน้าในการทำงานที่ทางสภาฯ ได้ร่วมทำกับทาง ก.ล.ต.ให้ทราบ

4โจทย์ตลาดฝ่าวิกฤต

ทั้งนี้ เลขาธิการ ก.ล.ต.ได้ให้แนวคิดหลักในการปฏิบัติงานว่า ใน 1-2 ปีนี้ ภาวะตลาดทุนจะมีความผันผวนตามวิกฤตโลก ดังนั้นทางสภาฯ ต้องมีความพร้อมที่จะเป็นตัวกลางและผลักดันให้ทุกหน่วยงานในตลาดทุนเตรียมพร้อมรองรับกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและผันผวนให้ได้

นายไพบูลย์ กล่าวว่า เลขาธิการ ก.ล.ต.ได้มอบนโยบายหลัก 4 ข้อ ให้สภาฯ และ ก.ล.ต.ช่วยกันทำงานและพัฒนาให้ตลาดทุนฝ่าฟันภาวะผันผวน ซึ่งได้แก่ 1.สภาฯ ต้องดูแลภาคเอกชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนทุกภาคส่วนให้มีความเข้มแข็ง ทนทาน และพร้อมตั้งรับกับภาวะตลาดทุนและเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนมากขึ้น รวมถึงการเตรียมตัวปฏิบัติตามประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ด้วย

2.สภาฯ ต้องเป็นตัวกลางและดูแลให้ทุกตลาดการซื้อขาย มีการซื้อขายที่รองรับกับสภาพเศรษฐกิจและตลาดทุนที่ผันผวนเพื่อช่วยทำให้กลไกตลาดทุนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3.ต้องทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในด้านตลาดทุนระดับภูมิภาคให้ได้ และ 4.สภาฯ ต้องดูแลและให้ภาคเอกชนในตลาดทุนสามารถแข่งขันในระดับสากลมากขึ้น

“ต้องพยายามทำให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ของตลาดทุนในระดับสุวรรณภูมิให้ได้ ซึ่งขยายพื้นที่รวมไปถึงดินแดนทางตอนใต้ของจีนด้วย โดยเฉพาะพม่าและตอนใต้ของจีนจะถูกเชื่อมเส้นทางระหว่างกัน ไม่ใช่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางตลาดทุนของอินโดจีนที่มีเพียงกลุ่มประเทศที่มีชายแดนติดกันระหว่างไทย พม่า กัมพูชา และเวียดนามเหมือนปัจจุบันเท่านั้น”

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ที่สำคัญไทยต้องได้รับการยอมรับเรื่องตลาดทุนจากประเทศเพื่อนบ้าน เหมือนกับที่เกาหลีได้รับการยอมรับให้ดูแลเรื่องตลาดทุนและระบบการซื้อขายจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

นอกจากนี้ สภาฯ ต้องพยายามช่วยทำให้เกิดการจดทะเบียนหลักทรัพย์ข้ามตลาด (ดูโอลิสติง) กันได้มากขึ้น รวมถึงช่วยผลักดันเรื่องการสร้างความรู้พื้นฐานด้านการเงินให้ขยายไปสู่สาธารณชนในวงกว้างมากขึ้น

ด้านตลาดหุ้นไทยวันศุกร์ที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นผันผวนสูงระหว่างวันขึ้นไปถึง 20.95 จุด อยู่ที่ 934.67 จุด แต่กลับปิดที่จุดต่ำสุดของวัน ติดลบ 4.55 จุด ปิดที่ 909.17 จุด แม้ว่านักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อมากถึง 4,611 ล้านบาทก็ตาม แต่กลับเจอแรงเทขายของนักลงทุนในประเทศมากกว่า 3,499 ล้านบาท และพอร์ต บล.ทิ้งอีก 1,172 ล้านบาท

มาร์เก็ตติง เปิดเผยว่า หุ้นที่บวกขึ้นได้ตามข่าวดีมาตรการแก้ปัญหาสถาบันการเงินของยุโรป แต่ดัชนีหุ้นไทยกลับติดลบเพราะเจอแรงขายทำกำไรในกลุ่มพลังงาน ซึ่งดัชนีที่ผ่านจุดสำคัญ 920 จุด ไม่ได้ จะเป็นปัจจัยลบต่อการลงทุนช่วงสั้น หากสัปดาห์หน้ามีข่าวดีสนับสนุนก็มีผลให้ตลาดยืนเหนือ 950 จุดได้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ