
'อาร์เอส'มัดใจวัยรุ่นผนึกโซเชียลมีเดีย-ดาวเทียม
ขณะที่คู่แข่งตลอดกาลอย่างจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เลิกที่จะขยายธุรกิจทีวีดาวเทียมแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นถึงปลายน้ำ
ขณะที่คู่แข่งตลอดกาลอย่างจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เลิกที่จะขยายธุรกิจทีวีดาวเทียมแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นถึงปลายน้ำ
แต่หันมาสร้างช่องรายการจนถึงขายกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียม แต่อาร์เอสกลับเลือกที่จะเป็นเพียงผู้ผลิตช่องรายการ (คอนเทนต์ โพรวายเดอร์) และเลือกเฟ้นแต่ละช่องจนตกผลึกในกลยุทธ์ที่จะต่อยอดธุรกิจเดิมสู่ธุรกิจใหม่
ปัจจุบันอาร์เอสมีช่องรายการทีวีดาวเทียมรวม 4 ช่อง ได้แก่ สบายดี ทีวี, ยู แชนแนล, ช่อง 8 อินฟินิตี้ และช่องน้องใหม่ล่าสุด ย๊าค ทีวี (Yaak TV) ช่องวาไรตีสำหรับวัยรุ่น ซึ่งเป็นฐานธุรกิจหลักของอาร์เอสมาตลอดในการดำเนินธุรกิจเพลง
สำหรับการทำตลาดสินค้าเกี่ยวกับวัยรุ่นทำได้ค่อนข้างยาก ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลาและรวดเร็วเมื่อเทียบกับผู้บริโภคกลุ่มอื่น แต่ปัจจุบันการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เกิดการผสมผสานสื่อเพื่อเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นได้มากขึ้น ซึ่งเป็นแนวคิดของการเกิดช่องย๊าค ทีวี
“ด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตสื่อโดยเฉพาะสื่อสำหรับวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วและรุนแรง เพื่อให้ตอบสนองพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย” ภัทธิรา ปาลวัฒน์วิไชย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ย๊าค ในเครืออาร์เอส กล่าว
แนวคิดดังกล่าวเป็นที่มาของการเกิดช่องย๊าค ทีวี ที่ผสมผสานระหว่างสื่อทีวีดาวเทียมกับสื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ผ่านช่องทางเทคโนโลยีที่เรียกว่า “โซเชียล สกรีน” ที่จะแสดงผลเชื่อมโยงระหว่างผู้ชมของช่องย๊าคกับผู้ที่อยู่ในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ในแบบเรียลไทม์ ผ่านอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ
ทั้งนี้ ช่องทางดังกล่าวถือเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่แสดงให้เจ้าของสินค้าหรือสปอนเซอร์มองเห็นข้อมูลผู้ชมของช่องย๊าคชัดเจนและเรียลไทม์ ขณะที่มองเห็นการเชื่อมโยงถึงการใช้เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ของผู้บริโภคด้วย ซึ่งปัจจุบันการใช้งบโฆษณาส่วนหนึ่งของเจ้าของสินค้าเริ่มแบ่งมาที่โซเชียลมีเดียเหล่านี้มากขึ้น นอกเหนือจากสื่อหลักอย่างทีวี
นอกจากนี้ ผลการตอบรับในเชิงยุทธศาสตร์ของช่องย๊าค ทีวี ปรากฏชัดหลังจากออกอากาศมา 2 เดือน ด้วยยอดผู้ชม 4 ล้านคนจากบ้านที่ติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียม และบางช่วงเวลาจะมีผู้ชมที่เชื่อมโยงกับโซเชียลมีเดียที่แสดงผลบนจอโซเชียล สกรีน ราว 3.7 ล้านคน ถือเป็นการเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นได้ครอบคลุมทั่วประเทศผ่านทีวีดาวเทียมและลงลึกสำหรับโซเชียลมีเดีย
ขณะที่เจ้าของสินค้าผู้สนับสนุนมีจำนวนกว่า 20 แบรนด์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 50% จากผู้สนับสนุนรายการทีวีของย๊าคทางฟรีทีวี ซึ่งมีอยู่ 5 รายการที่อยู่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่สินค้าที่สนับสนุนจะเป็นสินค้าวัยรุ่นทั้งกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่ โนเกีย ซัมซุง สินค้าขนมขบเคี้ยว สาหร่ายมาชิตะ นมเปรี้ยวโฟร์โมสต์ เป็นต้น และปีหน้าสินค้าเหล่านี้วางแผนงบประมาณการทำกิจกรรมร่วมกับช่องย๊าครวม 50 ล้านบาท
ภัทธิรา กล่าวว่า ช่องย๊าคจะขยายกลุ่มผู้ชมให้มากกว่าวัยรุ่น แต่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัยและกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ ผ่านรายการต่างๆ ที่จะสร้างสรรค์เพื่อคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ เช่น รายการแมส ยูนิเวอร์ซิตี้ เป็นต้น และคาดว่าจะขยายฐานผู้ชมเพิ่มจาก 4 ล้านคน เป็นมากกว่า 8 ล้านคนในปีหน้า และตั้งเป้าหมายรายได้รวม 100 ล้านบาท
สำหรับเป้าหมายของช่องย๊าค คือการเป็นทีวีดาวเทียมวาไรตีอันดับ 1 ของกลุ่มวัยรุ่น เช่นเดียวกับช่องทีวีดาวเทียมอื่นๆ ของอาร์เอส ที่เป็นอันดับ 1 ในเซ็กเมนต์ที่มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมาย เช่น สบายดี ทีวี หรือยู แชนแนล ภายใน 1 ปี และอาร์เอสคาดว่าจะทำให้รายได้จากธุรกิจทีวีดาวเทียมปีนี้ทะลุเป้าหมาย 400 ล้านบาทตามที่วางไว้ และเพิ่มเท่าตัวเป็น 800 ล้านบาทในปีหน้า
การแข่งขันในเชิงธุรกิจสำหรับอาร์เอสแล้ว ไม่ได้มองที่ความยิ่งใหญ่ แต่มุ่งกลยุทธ์ที่จะสร้างกำไรสูงสุดให้องค์กร ศึกธุรกิจสื่อใหม่ครั้งนี้เป็นเวทีวัดฝีมืออีกครั้งระหว่างคู่แข่งตลอดกาล แกรมมี่ VS อาร์เอส







