
หวั่นไทยคมสะดุดรักษาวงโคจร
ไอซีทีหวั่นไทยคมสะดุดรักษาวงโคจรดาวเทียม ไร้ไลเซ่นส์ดำเนินการ เร่งเสนอแผนเข้าครม.สัปดาห์หน้า
ไอซีทีหวั่นไทยคมสะดุดรักษาวงโคจรดาวเทียม ไร้ไลเซ่นส์ดำเนินการ เร่งเสนอแผนเข้าครม.สัปดาห์หน้า
นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ที่ประชุมแผนการรักษาสิทธิ์วงโคจรดาวเทียม 120 องศาตะวันออกที่กำลังจะหมดอายุในเดือน ม.ค.2555 ได้ตั้งข้อสังเกตในบางประเด็นว่าบริษัท ไทยคม อาจไม่สามารถดำเนินการรักษาสิทธิ์วงโคจรดังกล่าวได้ เนื่องจาก กฎหมายใหม่ภายใต้พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 หรือ พ.ร.บ.กสทช. กำหนดให้ผู้ที่จะดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับดาวเทียมจะต้องมีใบอนญาตดำเนินการ หรือ ไลเซ่นส์
ทั้งนี้ ที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมาได้อนุมัติให้ไทยคมเป็นผู้ดำเนินการรักษาสิทธิ์วงโคจร หลังจากที่ไทยคมเป็นผู้เสนอแผนการรักษาสิทธิ์ต่อไอซีทีในฐานะเป็นคู่สัญญาที่ให้บริการด้านดาวเทียมอยู่แล้ว ซึ่งการของครม. เป็นเพียงการให้ไทยคมดำเนินการ แต่ไม่ได้หารือถึงปัญหาข้อติดขัดในบางประเด็น ซึ่งในเรื่องนี้ไอซีทีจะต้องเสนอให้ที่ประชุมครม.รับทราบในสัปดาห์หน้าพร้อมกับแผนการรักษาวงโคจรของไทยคมด้วย
“ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับ กสทช.ชุดรักษาการเพื่อเตรียมพร้อมเสนอชุดใหม่ทันทีที่เริ่มทำงาน เนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเสร็จทันเดือน ม.ค.ปีหน้าเพื่อไม่ให้ไทยเสียสิทธิ์วงโคจรดังกล่าวไป” นางจีราวรรณกล่าว
นอกจากเรื่องการไม่มีไลเซ่นส์ดำเนินการแล้ว คณะทำงานยังได้หยิบยกประเด็นที่ว่า เรื่องนี้ต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมสภาก่อนหรือไม่ เนื่องจากตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ระบุว่าเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศ ต้องนำเรื่องเข้าสภาก่อน เช่น กรณีเขาพระวิหาร เป็นต้น
นางจีราวรรณ กล่าวว่า แม้วงโคจรดาวเทียมจะเป็นเรื่องของข้อตกลงตามสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ไอทียู แต่น่าจะแตกต่างกับกรณีเขาพระวิหาร เนื่องจากกิจการดาวเทียมเป็นทรัพยากรของโลกไม่ใช่เรื่องของมาตรา 190 ดังนั้น สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการขณะนี้คือ การรักษาสิทธิ์วงโคจรดาวเทียมที่ไทยกำลังจะเสียไปให้เร็วที่สุด โดยจะต้องยิงดาวเทียมขึ้นวงโคจรภายในเดือนธ.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที ระบุว่า ไอซีทีพร้อมที่จะดำเนินการทุกทางที่ทำให้ไทยคมสามารถรักษาสิทธิ์วงโคจรได้เร็วที่สุด เพราะที่ผ่านมาค่อนข้างล่าช้าไปมากแล้ว แต่หากเป็นประเด็นใดๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องไลเซ่นส์ จะขอให้ทาง กสทช.เข้ามาช่วยจัดการในเรื่องนี้ เพราะเป็นอำนาจโดยตรงในการออกไลเซ่นส์ใหม่ ซึ่งมั่นใจว่า กสทช.จะไม่มีปัญหาใดๆ
ขณะที่แผนเร่งด่วนของไทยคม คือ ลากดาวเทียมดวงอื่นให้มาอยู่ในวงโคจรของไทยก่อน เพื่อให้ทันก่อนที่วงโคจรจะสิ้นสุด เบื้องต้นสรุปใช้ของเอเชียแซทที่กำลังจะมีแผนยิงขึ้นอวกาศเดือน พ.ย.อยู่แล้ว ส่วนการดำเนินงานต่อจากนั้นว่าจะยิงดวงใหม่ หรือ เช่าใช้จากต่างประเทศ







