
น้ำท่วมทำชูชีพขาดตลาดเอาท์ดอร์รุกอุปกรณ์ยังชีพ
น้ำท่วมทำชูชีพขาดตลาด “เอาท์ดอร์” พัฒนาสินค้ายังชีพฉุกเฉินรับวิกฤตภัยพิบัติ หวังน้ำลดกระตุ้นยอดขาย 250 ล้าน
น้ำท่วมทำชูชีพขาดตลาด “เอาท์ดอร์” พัฒนาสินค้ายังชีพฉุกเฉินรับวิกฤตภัยพิบัติ หวังน้ำลดกระตุ้นยอดขาย 250 ล้าน
นายวาสิต สิโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอาท์ดอร์ อินโนเวชั่น ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แคมปิง กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น ทำให้สินค้าประเภทเสื้อชูชีพขาดตลาด จากปกติบริษัทผลิตเสื้อชูชีพที่ 2,500 ชิ้นต่อเดือน ซึ่งขณะนี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากหลายองค์กรซื้อเสื้อชูชีพไปบริจาคเพื่อช่วยผู้ประสบภัย
ทั้งนี้ ในปีหน้าบริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตอีก 20% เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอีก รวมทั้งได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เกี่ยวกับอุปกรณ์การยังชีพฉุกเฉินจากภัยพิบัติครบวงจร ประมาณ 200 รายการ เช่น เต็นท์ ถุงนอน เสื้อชูชีพ เป็นต้น พร้อมขยายพื้นที่ร้านอิควิน็อค ช็อป ในโซนเอาท์ดอร์ อันลิมิเต็ด ของศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่า เพื่อรองรับกลุ่มธุรกิจใหม่นี้
“ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่แนวโน้มในปัจจุบัน สิ่งที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การเตรียมพร้อมจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อลดการสูญเสีย ซึ่งบริษัทได้ศึกษาและพัฒนามาตั้งแต่ปี 2547 หลังเกิดสึนามิ และปัจจุบันก็มีกระแสความใส่ใจเรื่องดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น” นายวาสิตกล่าว
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำท่วมไม่ได้ส่งผลดีต่อบริษัทเพราะหากสถานการณ์น้ำท่วมยืดเยื้อต่อไป จะส่งผลกระทบต่อฤดูกาลขายสินค้าแคมปิงท่องเที่ยวในช่วงเดือน ต.ค. 2554-ม.ค. 2555 ซึ่งเป็นสัดส่วน 60% ของยอดขายรวม ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทจะเป็นนักเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ 80-90%
สำหรับปีนี้ บริษัทวางเป้าหมายยอดขายรวม 250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน ขณะที่สินค้ากลุ่มยังชีพฉุกเฉินที่เพิ่มขึ้น คาดว่าจะทำให้บริษัทเติบโตไม่น้อยกว่า 20% ในปีหน้า หรือคาดว่าจะมีรายได้ราว 300 ล้านบาท ถือเป็นผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์แคมปิงในประเทศที่มีมูลค่า 500-600 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมแผนรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยลดการนำเข้าสินค้าลดจากปัจจุบันมีสัดส่วน 45% ให้เหลือ 30-35% ภายใน 35 ปี และเพิ่มการผลิตในประเทศให้มากขึ้น พร้อม







