posttoday
ไมโครซอฟท์2012 ปูฐานจากซอฟต์แวร์ สู่บริการตื่นถึงหลับ!!!

ไมโครซอฟท์2012 ปูฐานจากซอฟต์แวร์ สู่บริการตื่นถึงหลับ!!!

04 ตุลาคม 2554

แม้เราจะรู้จักและคุ้นเคยกับแบรนด์ไมโครซอฟท์เป็นอย่างดี แต่โดยมากแล้ว

แม้เราจะรู้จักและคุ้นเคยกับแบรนด์ไมโครซอฟท์เป็นอย่างดี แต่โดยมากแล้ว

ภาพลักษณ์ของไมโครซอฟท์ในสายตาเราก็คือผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก ที่ทำธุรกิจหลักๆ ก็เพียงแค่การพัฒนาโปรแกรมเท่านั้น

แต่ในความเป็นจริงแล้ว โปรแกรมและระบบต่างๆ ของไมโครซอฟท์ อยู่ใกล้กับชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอนเรามีการใช้งานเครื่องมือต่างๆ ของไมโครซอฟท์โดยที่บางทีเราก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น การค้นหาข้อมูลในเฟซบุ๊กนั้น ก็ใช้เครื่องมือในการค้นหาที่เรียกว่าบิง (bing) ของไมโครซอฟท์ เป็นต้น

ไมโครซอฟท์2012 ปูฐานจากซอฟต์แวร์ สู่บริการตื่นถึงหลับ!!!

พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) กล่าวถึงทิศทางดำเนินงานของไมโครซอฟท์ในปีงบประมาณ 2012 หรือปี 2555 ว่า เป้าหมายหลักของการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ของไมโครซอฟท์ ก็เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงและใช้งานซอฟต์แวร์ต่างๆ ในการพัฒนาคุณภาพของชีวิตด้านต่างๆ ได้

We Makes 70 Million Lives Better คือวิสัยทัศน์ใหม่ของบริษัทในการมองไปข้างหน้าอีก 3 ปี ว่าจะมีการดำเนินธุรกิจ เพื่อประชาชนชาวไทยและประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน

เขาบอกว่าหากดูจากตัวเลขประชากรชาวไทยที่มีอยู่ 63.8 ล้านคนในปัจจุบัน คาดว่าในอีก 35 ปีน่าจะเพิ่มเป็น 70 ล้านคน จากจำนวนประชากรในปัจจุบัน หากแยกออกมาจะพบว่ามีผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ 19.1 ล้านคนหรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งในจำนวนนั้นมีผู้ใช้งานวินโดวส์ 16.7 ล้านคน มีผู้ใช้งานไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2.79 ล้านคน

“หากไปดูในกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 24 ล้านคน จะพบว่ามีผู้ใช้งานวินโดวส์ไลฟ์ 11.8 ล้านคน สูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน มีการใช้งานอินเทอร์เน็ต เอกซ์พลอเรอร์ 13.5 ล้านคน มีการใช้งานวินโดวส์โฟน 2.35 แสนเครื่อง ซึ่งผมมั่นใจว่าทุกคนต้องเคยใช้สินค้าของไมโครซอฟท์อย่างแน่นอน”

พีรธน บอกว่าแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยีนั้น จะต้องเน้นไปที่การเป็นเทคโนโลยีที่ทุกคนเข้าถึงได้ ซึ่งเมื่อดูจากประชากรที่มีโอกาสจะสัมผัสเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์ที่ 45 ล้านคน และกลุ่มสังคมที่มีโอกาสสัมผัสอีก 7.8 ล้านคน ทำให้มีประชากร 52.8 ล้านคนในประเทศไทยที่มีโอกาสสัมผัสเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์

สำหรับทิศทางการเดินหน้าของไมโครซอฟท์ จากนี้ พีรธน บอกว่า ไมโครซอฟท์มีการลงทุนที่แตกต่างกัน 6 ด้าน ประกอบไปด้วย 1.การผลักดันธุรกิจคลาวด์อย่างต่อเนื่อง 2.การพัฒนาฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ เพื่อรองรับเทคโนโลยี 3.การพัฒนาการควบคุมเทคโนโลยีด้วยระบบกายภาพ 4.การพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับองค์กรและผู้บริโภคไปพร้อมกัน 5.การพัฒนาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ควบคู่กัน และ 6.การรักษาความสำคัญของแบรนด์วินโดวส์

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณหน้าจะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่หลายกลุ่ม เช่น การเปิดตัวอินเตอร์เฟซใหม่ของฮอตเมล์ ที่ช่วยลดสแปมมากถึง 33% และเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูล การเปิดร้านวินโดวส์ เอ็กพีเรียนซ์แห่งแรกในไทยที่ห้างพันธุ์ทิพย์ รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับแมงโก้ วินโดวส์ โฟน เวอร์ชัน 7.5 ที่จะมาพร้อมมาร์เก็ตเพลส เวอร์ชันภาษาไทย

“เรามีแผนที่จะปรับภาพของบริษัท จากบริษัทซอฟต์แวร์เป็นบริษัทที่ให้บริการ เพราะเรามีซอฟต์แวร์และโซลูชันที่เหมาะสมในตลาด แต่ทุกอย่างคงต้องใช้เวลา เช่น การพัฒนามาร์เก็ตเพลสให้รองรับภาษาไทย หรือแม้แต่การเตรียมระบบให้พร้อมกับการเปิดใช้บิง ทุกอย่างต้องมีการเตรียมความพร้อม”

มีคำถามมากมายที่เกิดขึ้นกับการบุกตลาดคอนซูเมอร์ของไมโครซอฟท์ พีรธน บอกว่าการเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดเจนก็คือ การก่อตั้งแผนกใหม่ขึ้นมาเพื่อดูแลช่องทางการขายสำหรับคอนซูเมอร์โดยเฉพาะ เป็นการยุบรวมแผนกดูแลการจำหน่ายพีซี แผนกดูแลการจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และแผนกดูแลการจำหน่ายวินโดวส์โฟนในอดีตเข้ามารวมกัน เพื่อพัฒนาช่องทางการจำหน่ายสำหรับคอนซูเมอร์

แน่นอนว่าเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับทัพฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ ที่เตรียมจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นวินโดวส์โฟนหลากยี่ห้อ ซึ่งหากตลาดมีความพร้อมเมื่อไหร่ ไมโครซอฟท์ก็พร้อมที่จะเดินหน้าทำตลาดทันที โดยมีเป้าหมายว่าในอนาคตอันใกล้สัก 2-3 ปี สัดส่วนรายได้จากกลุ่มคอนซูเมอร์ จะเพิ่มเป็น 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมด จากในปัจจุบันที่มีน้อยจนไม่อยากจะนับแยกออกมาให้เห็น...

 

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง