posttoday
อธิบาย

อธิบาย

01 ตุลาคม 2554

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้กล่าวถึงการนำสินค้าออกไปขายต่างประเทศ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้กล่าวถึงการนำสินค้าออกไปขายต่างประเทศ

โดย..อานนท์ 

ซึ่งมีเรื่องราวมากมายที่เราจะต้องเรียนรู้ และพยายามปรับปรุงตัวเอง เพื่อให้ผ่านพ้นปัญหาอุปสรรคต่างๆ ไปให้ได้

วันนี้เราจะมาว่ากันต่อในเรื่องที่บางท่านอาจจะบอกว่า เคยมองข้ามหรือคิดไม่ถึง

ผมอยากยกตัวอย่างของอาหารประเภทหนึ่ง คือ ราเม็ง หรือบะหมี่ของญี่ปุ่น สำหรับคนไทยที่ได้รับประทาน อาจจะคิดว่า ราเม็งที่ไหนก็เหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วไม่เหมือนหรอกครับ ราเม็งของแต่ละท้องถิ่นจะมีรสชาติแตกต่างกันออกไป เช่น แถบทางใต้ จะออกรสเค็มกว่าแถบทางเหนือ หรือบางพื้นที่นิยมเส้นที่ลวกแบบแข็งหน่อย คนที่ไม่เคยรับประทาน พอได้เข้าปากครั้งแรก ก็อาจจะนึกว่า ทำไมเส้นแข็งนัก หรือบางคนอาจจะคิดไปถึงว่า ลวกเส้นไม่สุกหรือเปล่า

สิ่งเหล่านี้สำหรับร้านที่ไม่ค่อยคิดอะไร หรือไม่ค่อยรับคนต่างถิ่น ก็จะเฉยๆ ทำธุรกิจของตัวเองไปตามปกติ แต่ร้านที่เน้นการรับนักท่องเที่ยว หรือร้านที่ออกไปเปิดสาขาในต่างภูมิภาค มักจะแสดงคำอธิบายบางอย่างเอาไว้ในความแตกต่างนั้น เช่น คำอธิบายที่ว่า เส้นของร้านนี้จะแข็งกว่าร้านอื่นๆ เพราะเจ้าของร้านได้ทดลองแล้วว่า เส้นที่แข็งแบบนี้ รับประทานกับน้ำซุปสูตรเฉพาะของร้าน จะอร่อยกว่าเส้นนิ่มๆ

หรือน้ำซุปของร้านนี้จะออกรสชาติเค็มกว่าร้านอื่นๆ เพราะได้พัฒนาน้ำซุปมาจากอาหารทะเล และรับประทานคู่กับเส้นที่ไม่ดูดซับน้ำ ทำให้ลดรสเค็มลงไประหว่างรับประทาน เป็นต้น

คำอธิบายเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับลูกค้าหน้าใหม่ หรือลูกค้าต่างถิ่น และแน่นอนว่า จำเป็นในการที่จะบุกตลาดออกไปสู่ตลาดใหม่ๆ ที่ไม่ใช่พื้นที่ของตนเอง หากไม่อธิบาย โอกาสที่ลูกค้าจะคิดว่า มันคือความผิดพลาดก็มีอยู่ ในขณะที่คำอธิบายจะช่วยให้เข้าใจเจตนาที่ทำเพื่อลูกค้าได้

สินค้าไทยก็เหมือนกันครับ กรณีของอาหารไทยที่ไปขายต่างประเทศ มีร้านจำนวนมากที่ดัดแปลงสูตรเพื่อให้เข้ากับลิ้นฝรั่ง เช่น ลดความเผ็ดลง แต่บางร้านก็ยังต้องการจะคงสูตรดั้งเดิม เคยเผ็ดร้อนยังไง ก็เอาไว้อย่างนั้น

ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรจะมีคำอธิบายที่ดีทั้งสองแบบ เช่น คำอธิบายสั้นๆ ในเมนูว่า ต้มยำกุ้งของร้านนี้ “ลด” ความเผ็ดลง เพื่อให้ลูกค้าได้ทานง่ายขึ้น หรือต้มยำกุ้งร้านนี้ คงความเผ็ดเหมือนต้นตำรับที่เมืองไทย เพื่อให้ผู้รับประทานได้รสชาติแบบไทยแท้ๆ

คำอธิบายทั้งสองแบบ จะช่วยสร้างความเข้าใจอันดีและลดปัญหาอันอาจจะเกิดจากความคาดหวังของลูกค้า เช่น ลูกค้าที่เคยมารับประทานในเมืองไทยแล้วชอบความเผ็ดร้อน พอไปเข้าร้านอาหารไทยในต่างประเทศแล้วเจอต้มยำกุ้งที่รสชาติอ่อน ก็อาจจะไม่พอใจ คิดไปเองว่า ร้านนี้แม่ครัวไร้ฝีมือ แต่หากเห็นคำอธิบายก็จะเข้าใจได้ว่า เจ้าของร้านตั้งใจทำรสอ่อนเพื่อให้ทานง่าย เพราะใส่ใจลูกค้า และหากใครอยากเติมเผ็ด ก็สามารถร้องขอได้ การอธิบายแบบนี้ จะช่วยให้เกิดความเข้าใจอันดีทั้งสองฝ่าย ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดๆ จนคิดไปว่า เป็นอาหารที่ไม่ได้เรื่อง

สินค้าอื่นๆ ก็เช่นกันครับ เราสามารถนำแนวคิดนี้ไปปรับปรุงได้ แถมบางที ยังอาจจะดึงมาเป็นจุดเด่นที่ช่วยขายได้อีกต่างหาก ผมเคยคุยกับผู้ประกอบการส่งออกของเล่นเด็กรายหนึ่ง ทีแรกก็สู้คู่แข่งจากประเทศอื่นๆ ในเอเชียไม่ได้ เพราะราคาของเราแพงกว่า มิหนำซ้ำ สีสันยังไม่สวยเท่าเขา แต่ในที่สุด ผู้ส่งออกท่านนี้ก็หาทางออกด้วยการโฆษณาซะเลยว่า ของเล่นเด็กยี่ห้อนี้จากเมืองไทย สีสันไม่ฉูดฉาดมากนัก เพราะใช้สีดี มีคุณภาพ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญ ใส่ใจเด็ก ทำให้เด็กสามารถเล่นของเล่นได้อย่างปลอดภัย ไม่มีสารตกค้าง จากข้อด้อยเลยกลายเป็นจุดเด่นขึ้นมาได้

ด้านอื่นๆ ที่ต้องอธิบายกันมาก เช่น สินค้าที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม หรือความเชื่อต่างๆ ซึ่งผมขอไม่กล่าวถึงมาก เพราะเป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคล แต่สำหรับท่านที่สนใจ ลองมองดูในเว็บขายสินค้าออนไลน์ต่างๆ นะครับ ไม่น่าเชื่อก็คงต้องเชื่อว่า มีสินค้าเกี่ยวกับความเชื่อหลายอย่างที่ขายดี เช่น พระเครื่อง ตะกรุด หรือแม้แต่ลูกกรอก ก็อย่างที่บอกแหละครับว่า แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล แต่คงขายไม่ได้แน่ หากลูกค้าไม่มีความเข้าใจ (เข้าใจถูก หรือผิด ก็เป็นอีกประเด็นนะครับ)

หรือในกรณีผู้ประกอบการที่อันที่จริงไม่ได้ส่งออกสินค้าไปไหน แต่อยู่ในหมวดหมู่ส่งเสริมการส่งออกเหมือนกัน เช่น โฮมสเตย์ ก็ควรจะมีการติดป้ายคำอธิบายต่างๆ ไว้ให้ลูกค้าได้ทำความเข้าใจเรื่องราว ซึ่งจะทำให้ลูกค้าติดใจได้ เช่น การอธิบายเกี่ยวกับสมุนไพรต่างๆ รอบบ้าน ซึ่งลูกค้าจะสนใจหรือไม่สนใจก็แล้วแต่ การเขียนไว้ก่อนก็ดีกว่าการไม่เขียน คือไม่ได้จำเป็นมากนัก แต่มีก็ดี และในบางส่วนที่ “จำเป็น” ต้องเขียนอธิบายให้ชัดเจน เช่น วิธีการอาบน้ำ ซึ่งผมเคยเจอฝรั่งบางคนใช้ห้องน้ำแบบไทยๆ ไม่เป็น เช่น เจอโอ่งกับขันแล้วเกิดอาการงง ไม่รู้จะอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟันยังไง กลายเป็นเรื่องใหญ่ไป

บางคนอาจจะคิดว่า นี่เป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับบางคนก็เป็นเรื่องใหญ่ การบอกจึงดีกว่าไม่บอก เช่นเดียวกับการใช้ห้องนอน โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องกางมุ้ง ก็ต้องบอกวิธีใช้มุ้งให้ลูกค้าด้วย ปัญหาที่เคยเจอเช่น ลูกค้าเอาพัดลมไปใช้อยู่ด้านในมุ้ง สุดท้ายลมตีไปตีมายังไงไม่รู้ มุ้งไปพันอยู่ในพัดลมจนจะไฟไหม้ เป็นต้น

หากจะถามว่าการไม่อธิบายทำให้ขายได้หรือไม่ ก็ขายได้ครับ แต่อย่างที่ผมบอกว่า อธิบายไว้ก่อนไม่เสียหลาย หากลูกค้ารู้อยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา แต่หากลูกค้าไม่รู้ การได้อ่านคำอธิบายก็จะช่วยได้มาก ทำให้ลดการเสียเวลา และลดการเข้าใจผิดต่างๆ ได้ นอกจากช่วยลดปัญหา แล้วยังจะช่วยให้ขายง่ายขึ้นด้วยนะครับ m&<2288;

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้กล่าวถึงการนำสินค้าออกไปขายต่างประเทศ ซึ่งมีเรื่องราวมากมายที่เราจะต้องเรียนรู้ และพยายามปรับปรุงตัวเอง เพื่อให้ผ่านพ้นปัญหาอุปสรรคต่างๆ ไปให้ได้

วันนี้เราจะมาว่ากันต่อในเรื่องที่บางท่านอาจจะบอกว่า เคยมองข้ามหรือคิดไม่ถึง

ผมอยากยกตัวอย่างของอาหารประเภทหนึ่ง คือ ราเม็ง หรือบะหมี่ของญี่ปุ่น สำหรับคนไทยที่ได้รับประทาน อาจจะคิดว่า ราเม็งที่ไหนก็เหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วไม่เหมือนหรอกครับ ราเม็งของแต่ละท้องถิ่นจะมีรสชาติแตกต่างกันออกไป เช่น แถบทางใต้ จะออกรสเค็มกว่าแถบทางเหนือ หรือบางพื้นที่นิยมเส้นที่ลวกแบบแข็งหน่อย คนที่ไม่เคยรับประทาน พอได้เข้าปากครั้งแรก ก็อาจจะนึกว่า ทำไมเส้นแข็งนัก หรือบางคนอาจจะคิดไปถึงว่า ลวกเส้นไม่สุกหรือเปล่า

สิ่งเหล่านี้สำหรับร้านที่ไม่ค่อยคิดอะไร หรือไม่ค่อยรับคนต่างถิ่น ก็จะเฉยๆ ทำธุรกิจของตัวเองไปตามปกติ แต่ร้านที่เน้นการรับนักท่องเที่ยว หรือร้านที่ออกไปเปิดสาขาในต่างภูมิภาค มักจะแสดงคำอธิบายบางอย่างเอาไว้ในความแตกต่างนั้น เช่น คำอธิบายที่ว่า เส้นของร้านนี้จะแข็งกว่าร้านอื่นๆ เพราะเจ้าของร้านได้ทดลองแล้วว่า เส้นที่แข็งแบบนี้ รับประทานกับน้ำซุปสูตรเฉพาะของร้าน จะอร่อยกว่าเส้นนิ่มๆ

หรือน้ำซุปของร้านนี้จะออกรสชาติเค็มกว่าร้านอื่นๆ เพราะได้พัฒนาน้ำซุปมาจากอาหารทะเล และรับประทานคู่กับเส้นที่ไม่ดูดซับน้ำ ทำให้ลดรสเค็มลงไประหว่างรับประทาน เป็นต้น

คำอธิบายเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับลูกค้าหน้าใหม่ หรือลูกค้าต่างถิ่น และแน่นอนว่า จำเป็นในการที่จะบุกตลาดออกไปสู่ตลาดใหม่ๆ ที่ไม่ใช่พื้นที่ของตนเอง หากไม่อธิบาย โอกาสที่ลูกค้าจะคิดว่า มันคือความผิดพลาดก็มีอยู่ ในขณะที่คำอธิบายจะช่วยให้เข้าใจเจตนาที่ทำเพื่อลูกค้าได้

สินค้าไทยก็เหมือนกันครับ กรณีของอาหารไทยที่ไปขายต่างประเทศ มีร้านจำนวนมากที่ดัดแปลงสูตรเพื่อให้เข้ากับลิ้นฝรั่ง เช่น ลดความเผ็ดลง แต่บางร้านก็ยังต้องการจะคงสูตรดั้งเดิม เคยเผ็ดร้อนยังไง ก็เอาไว้อย่างนั้น

ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรจะมีคำอธิบายที่ดีทั้งสองแบบ เช่น คำอธิบายสั้นๆ ในเมนูว่า ต้มยำกุ้งของร้านนี้ “ลด” ความเผ็ดลง เพื่อให้ลูกค้าได้ทานง่ายขึ้น หรือต้มยำกุ้งร้านนี้ คงความเผ็ดเหมือนต้นตำรับที่เมืองไทย เพื่อให้ผู้รับประทานได้รสชาติแบบไทยแท้ๆ

คำอธิบายทั้งสองแบบ จะช่วยสร้างความเข้าใจอันดีและลดปัญหาอันอาจจะเกิดจากความคาดหวังของลูกค้า เช่น ลูกค้าที่เคยมารับประทานในเมืองไทยแล้วชอบความเผ็ดร้อน พอไปเข้าร้านอาหารไทยในต่างประเทศแล้วเจอต้มยำกุ้งที่รสชาติอ่อน ก็อาจจะไม่พอใจ คิดไปเองว่า ร้านนี้แม่ครัวไร้ฝีมือ แต่หากเห็นคำอธิบายก็จะเข้าใจได้ว่า เจ้าของร้านตั้งใจทำรสอ่อนเพื่อให้ทานง่าย เพราะใส่ใจลูกค้า และหากใครอยากเติมเผ็ด ก็สามารถร้องขอได้ การอธิบายแบบนี้ จะช่วยให้เกิดความเข้าใจอันดีทั้งสองฝ่าย ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดๆ จนคิดไปว่า เป็นอาหารที่ไม่ได้เรื่อง

สินค้าอื่นๆ ก็เช่นกันครับ เราสามารถนำแนวคิดนี้ไปปรับปรุงได้ แถมบางที ยังอาจจะดึงมาเป็นจุดเด่นที่ช่วยขายได้อีกต่างหาก ผมเคยคุยกับผู้ประกอบการส่งออกของเล่นเด็กรายหนึ่ง ทีแรกก็สู้คู่แข่งจากประเทศอื่นๆ ในเอเชียไม่ได้ เพราะราคาของเราแพงกว่า มิหนำซ้ำ สีสันยังไม่สวยเท่าเขา แต่ในที่สุด ผู้ส่งออกท่านนี้ก็หาทางออกด้วยการโฆษณาซะเลยว่า ของเล่นเด็กยี่ห้อนี้จากเมืองไทย สีสันไม่ฉูดฉาดมากนัก เพราะใช้สีดี มีคุณภาพ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญ ใส่ใจเด็ก ทำให้เด็กสามารถเล่นของเล่นได้อย่างปลอดภัย ไม่มีสารตกค้าง จากข้อด้อยเลยกลายเป็นจุดเด่นขึ้นมาได้

ด้านอื่นๆ ที่ต้องอธิบายกันมาก เช่น สินค้าที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม หรือความเชื่อต่างๆ ซึ่งผมขอไม่กล่าวถึงมาก เพราะเป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคล แต่สำหรับท่านที่สนใจ ลองมองดูในเว็บขายสินค้าออนไลน์ต่างๆ นะครับ ไม่น่าเชื่อก็คงต้องเชื่อว่า มีสินค้าเกี่ยวกับความเชื่อหลายอย่างที่ขายดี เช่น พระเครื่อง ตะกรุด หรือแม้แต่ลูกกรอก ก็อย่างที่บอกแหละครับว่า แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล แต่คงขายไม่ได้แน่ หากลูกค้าไม่มีความเข้าใจ (เข้าใจถูก หรือผิด ก็เป็นอีกประเด็นนะครับ)

หรือในกรณีผู้ประกอบการที่อันที่จริงไม่ได้ส่งออกสินค้าไปไหน แต่อยู่ในหมวดหมู่ส่งเสริมการส่งออกเหมือนกัน เช่น โฮมสเตย์ ก็ควรจะมีการติดป้ายคำอธิบายต่างๆ ไว้ให้ลูกค้าได้ทำความเข้าใจเรื่องราว ซึ่งจะทำให้ลูกค้าติดใจได้ เช่น การอธิบายเกี่ยวกับสมุนไพรต่างๆ รอบบ้าน ซึ่งลูกค้าจะสนใจหรือไม่สนใจก็แล้วแต่ การเขียนไว้ก่อนก็ดีกว่าการไม่เขียน คือไม่ได้จำเป็นมากนัก แต่มีก็ดี และในบางส่วนที่ “จำเป็น” ต้องเขียนอธิบายให้ชัดเจน เช่น วิธีการอาบน้ำ ซึ่งผมเคยเจอฝรั่งบางคนใช้ห้องน้ำแบบไทยๆ ไม่เป็น เช่น เจอโอ่งกับขันแล้วเกิดอาการงง ไม่รู้จะอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟันยังไง กลายเป็นเรื่องใหญ่ไป

บางคนอาจจะคิดว่า นี่เป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับบางคนก็เป็นเรื่องใหญ่ การบอกจึงดีกว่าไม่บอก เช่นเดียวกับการใช้ห้องนอน โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องกางมุ้ง ก็ต้องบอกวิธีใช้มุ้งให้ลูกค้าด้วย ปัญหาที่เคยเจอเช่น ลูกค้าเอาพัดลมไปใช้อยู่ด้านในมุ้ง สุดท้ายลมตีไปตีมายังไงไม่รู้ มุ้งไปพันอยู่ในพัดลมจนจะไฟไหม้ เป็นต้น

หากจะถามว่าการไม่อธิบายทำให้ขายได้หรือไม่ ก็ขายได้ครับ แต่อย่างที่ผมบอกว่า อธิบายไว้ก่อนไม่เสียหลาย หากลูกค้ารู้อยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา แต่หากลูกค้าไม่รู้ การได้อ่านคำอธิบายก็จะช่วยได้มาก ทำให้ลดการเสียเวลา และลดการเข้าใจผิดต่างๆ ได้ นอกจากช่วยลดปัญหา แล้วยังจะช่วยให้ขายง่ายขึ้นด้วยนะครับ 

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค