
จ๊ากเพิ่มเงินดาวน์แหยงพิษภาษีบ้าน
กสิกรไทยเตรียมเพิ่มเงินดาวน์ขั้นต่ำแก่ผู้กู้บ้านราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท หากรัฐบาลเลือกคืนภาษี 10% รวดเดียวทั้งก้อน ปิดความเสี่ยงลูกค้าทิ้งดาวน์
กสิกรไทยเตรียมเพิ่มเงินดาวน์ขั้นต่ำแก่ผู้กู้บ้านราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท หากรัฐบาลเลือกคืนภาษี 10% รวดเดียวทั้งก้อน ปิดความเสี่ยงลูกค้าทิ้งดาวน์
นายชาติชาย พยุหนาวีชัยผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารอาจจำเป็นต้องปรับเพิ่มสัดส่วนเงินดาวน์ขั้นต่ำ สำหรับลูกค้าที่ต้องการกู้ซื้อบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ที่มีราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท ลงมาจาก 5% เพิ่มขึ้นเป็น 10% หากรัฐบาลกำหนดเงื่อนไขนโยบายบ้านหลังแรกให้คืนภาษี 10% ของราคาบ้านทั้งก้อนในคราวเดียวหลังถือครองครบ 1 ปี แทนการทยอยคืนภายใน 5 ปี เพื่อปิดความเสี่ยงจากการทิ้งเงินดาวน์ของลูกค้ากลุ่มนี้ เนื่องจากผลประโยชน์ที่ได้รับจากการคืนภาษีนั้นมีมูลค่าสูงกว่าเงินดาวน์
นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนว่ารูปแบบการคืนภาษีจะเลือกคืนผ่านธนาคารเพื่อนำมาใช้หักลดเงินต้นหรือเลือกคืนให้กับผู้กู้โดยตรง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้กู้อาจนำเงินไปใช้ทำอย่างอื่นได้เช่นกัน ซึ่งจำเป็นต้องควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด
“ปัจจุบันผู้ที่กู้บ้านราคา 1 ล้านบาท จะต้องวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 5 หมื่นบาท แต่หากรัฐบาลเลือกใช้วิธีการคืนภาษี 10% ทั้งก้อน ขณะที่ผู้กู้ได้รับภาษีคืน 10% ของราคาบ้านคือ 1 แสนบาทในปีแรก ดังนั้น โอกาสที่คนจะทิ้งเงินดาวน์จึงมีมากกว่าการทยอยคืนภาษีใน 5 ปี หรือปีละ 2 หมื่นบาท” นายชาติชาย กล่าว
ผู้บริหารธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า หากรัฐบาลมีการผ่านมาตรการสินเชื่อที่อยู่อาศัยดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 23 ปี ผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์ออกมาเพิ่มเติมอีก อาจก่อให้เกิดอุปสงค์เทียมขึ้นในตลาดที่อยู่อาศัย เช่น การใช้คนในครอบครัวเข้ามากู้ร่วมหรือใช้โฉนดที่ดินค้ำประกัน เพื่อให้ได้รับสิทธิจากมาตรการดังกล่าวที่ช่วยลดหย่อนภาระต้นทุนดอกเบี้ยได้ถึงปีละ 4-4.5% ซึ่งยากแก่การตรวจสอบ
นอกจากนี้ หากผู้กู้มีฐานรายได้เข้าเกณฑ์ภาษีด้วยอาจได้รับการลดหย่อนสูงถึง 19% ภายใน 1-2 ปีแรกที่กู้เงินมาซื้อบ้าน
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผลกระทบต่อธนาคารพาณิชย์จะมีไม่มาก เพราะจากข้อมูลนโยบายสินเชื่อ 0% เป็นเวลา 2 ปีเดิม พบว่าลูกค้าที่เข้าโครงการส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อเดือนกู้เงินซื้อบ้านราคา 1.4-1.5 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่ฐานลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ที่เน้นปล่อยกู้เฉลี่ยราคาตั้งแต่ 2-2.5 ล้านบาทขึ้นไป
“คาดว่านโยบายบ้านหลังแรกของภาครัฐจะเป็นแรงเหวี่ยงช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 4 ทำให้ภาพรวมตลาดในปีนี้อาจเติบโตได้ถึง 5% จากเดิมคาดว่าจะโตเพียง 4.5% ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยรวมในระบบปีนี้จะเติบโตที่ 8.5% และเพิ่มขึ้นเป็น 9% ในปีหน้า และจะช่วยระบายบ้านพร้อมอยู่ในสต๊อกได้ราว 1 แสนยูนิตเศษ” นายชาติชาย กล่าว
นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับธนาคารกสิกรไทย และผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายรายเพื่อนำร่องการประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ภายใต้พระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 หรือ เอสโครว์แอกเคานต์ โดยที่ผู้ซื้อบ้านที่ยังไม่ได้รับการโอนทันทีต้องผ่อนดาวน์บ้านก่อน โดยสถาบันการเงินจะเป็นตัวกลางเก็บเงินดาวน์ไว้ให้ก่อน และจะโอนให้กับผู้ประกอบการบ้านก็ต่อเมื่อโอนบ้านให้ผู้ซื้อช่วยลดความเสี่ยงให้กับผู้ซื้อ







