
ประกันภัยจุกหุ้นดิ่งเงินกองทุนทรุด
ประกันวินาศภัยอาการหนัก หลังหุ้นตกทำมูลค่าทางบัญชีทรุดฉุดเงินกองทุนหาย
ประกันวินาศภัยอาการหนัก หลังหุ้นตกทำมูลค่าทางบัญชีทรุดฉุดเงินกองทุนหาย
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า ผลจากการที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปรับตัวลดลงอย่างหนักติดต่อกันในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มูลค่าทางบัญชีของการลงทุนในหุ้นของบริษัทประกันวินาศภัยลดลง
ทั้งนี้จะกระทบกับสัดส่วนเงินกองทุนที่แต่ละบริษัทต้องดำรงไว้ เพราะจะทำให้เงินกองทุนลดลง หากต่ำกว่าที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดไว้ จะต้องหาเงินมาตั้งสำรองเพิ่ม
“เรื่องนี้จะกระทบทันทีต่อเงินกองทุน แต่ในแง่ของธุรกิจยังไม่กระทบ เพราะเราขายลูกค้าในประเทศเป็นส่วนใหญ่ แม้จะมีการส่งออกแต่เบี้ยประกันภัยทางทะเลบริษัทประกันภัยไทยมีน้อยอยู่แล้ว” นายจีรพันธ์ กล่าว
นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต เปิดเผยว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากการที่ตลาดหลักทรัพย์ปรับลดลงอย่างหนัก เนื่องจากลงทุนในหุ้นไม่ถึง 1% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด ซึ่งปรับลดลงจากช่วงต้นปีที่ลงทุนในหุ้น 2%
นอกจากนี้ บริษัทได้หันมาถือตราสารระยะยาวเพิ่มขึ้น หลังจากที่ต้องดำรงเงินกองทุนตามประเภทความเสี่ยง (อาร์บีซี) ซึ่งเป็นเกณฑ์ใหม่ที่มีความเข้มงวดมากขึ้น
“ต้องรอดูว่าเงินที่ออกจากตลาดหุ้นจะเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้มากแค่ไหน ซึ่งนักลงทุนบางส่วนหันมาซื้อตราสารหนี้เพราะอัตราดอกเบี้ยยังดี ถ้าความต้องการมีมากจะทำให้อัตราดอกเบี้ยตลาดตราสารหนี้ลดลงและหาของยาก” นางนุสรา กล่าว
นางนุสรา กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันจะทำให้บริษัทประกันชีวิตต้องใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ในการคำนวณผลตอบแทนตามกรมธรรม์ที่ค้ำประกันผลตอบแทนคงที่ เพราะต้องคำนึงถึงผลตอบแทนของสินทรัพย์ที่จะลงทุน โอกาสที่จะกลับมาค้ำประกันผลตอบแทนสูงๆ คงลำบาก
“ดอกเบี้ยระยะสั้นขึ้น แต่ดอกเบี้ยระยะยาวยังไม่ขึ้น ซึ่งบริษัทประกันชีวิตจะให้ความสำคัญกับดอกเบี้ยระยะยาวมากกว่า” นางนุสรา กล่าว
ทั้งนี้ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต มีสินทรัพย์รวมประมาณ 6.6 หมื่นล้านบาท







