
โรงแรมขอรัฐพัฒนาไอซีทีท่องเที่ยว
สมาคมโรงแรมไทยขอรัฐ ใช้ไอซีทีช่วยอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ชิงตลาดเออีซี 600 ล้านคน
สมาคมโรงแรมไทยขอรัฐ ใช้ไอซีทีช่วยอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ชิงตลาดเออีซี 600 ล้านคน
นายศักรินทร์ ช่อไสว ผู้อำนวยการสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า ต้องการให้ภาครัฐนำไอซีทีเข้ามาช่วยอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยการพัฒนาเว็บไซต์ด้านบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจรเช่นเดียวกับเว็บไซต์อะโกด้าของต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแข็งแรงมากขึ้น และเม็ดเงินไม่ได้ไหลออกนอกประเทศเหมือนที่ผ่านมา และเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมของอุตสาหกรรมเพื่อรองรับเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี
ทั้งนี้ เพราะปัจจุบันไทยยังอ่อนในเรื่องของการนำไอซีทีเข้ามาช่วยพัฒนาหาเทียบกับต่างประเทศ เห็นได้ชัดเจนจากการที่ผู้เสนอซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการพัฒนาส่วนใหญ่ คือ สิงคโปร์ และ มาเลเซีย ที่เข้าถึงได้รวดเร็วกว่า จึงต้องการให้รัฐบาลเข้ามาช่วยผลักดันในเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด
“ประชากรของอาเซียนรวมกันมีมากถึง 600 ล้านคน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่มากหากท่องเที่ยวไทยสามารถชิงส่วนแบ่งได้ ดังนั้น จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากที่สุด เพื่อที่ว่าเมื่อเออีซีมาถึงจริงๆ ไทยจะไม่เสียเปรียบประเทศอื่น” นายศักรินทร์กล่าว
นายศุภชัย ตั้งวงศ์ศานต์ ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือ ซิป้า กล่าวว่า เป้าหมายของซิป้าในขณะนี้ คือ การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรให้มีความพร้อมที่จะรองรับความต้องการในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทยจะต้องเข้าไปเจาะตลาดให้มากขึ้น จากมูลค่ารวมของอุตสาหกรรมนี้ที่สูงถึง 1 ล้านล้านบาทต่อปี และคาดว่าจะสูงเพิ่มเป็น 2 ล้านล้านบาทเมื่อเข้าสู่เออีซี
ทั้งนี้การเร่งสร้างบุคลากรให้เป็นไปตานโยบายของซิป้าที่ต้องการเพิ่มส่วนแบ่งซอฟต์แวร์ไทยเป็น 3 หมื่นล้านบาท หรือ เพิ่มจากปีที่ผ่านมาที่มีเพียง 2 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ซึ่งยังถือว่าน้อยมาหากเทียบกับมูลค่ารวมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ประมาณ 2 แสนล้านบาท ยังไม่นับรวมอุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคมอีก 4.4 แสนล้านบาท หรือมูลค่ารวมอุตสาหกรรมไอซีทีทั้งหมดที่มีมูลค่า 6.78 แสนล้านบาท
นอกจากการมุ่งเน้นความพร้อมของบุคลากรเพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรมต่างๆ แล้ว ยังเป็นการเตรียมพร้อมรับมืออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ที่คาดว่าจะเติบโตเป็น 1 ล้านล้านบาทในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งยังขาดแคลนบุคลากรอยู่มากโดยมีเพียง 1.3 แสนคน ขณะที่ความต้องการอยู่ที่มากกว่า 2 แสนคน ดังนั้น หากซิป้าไม่เร่งดำเนินการตอนนี้ จะเกิดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรอย่างมากในอนาคต







