
รอลุ้นงบขุดลอกแม่น้ำแก้ขัดลดวิกฤตน้ำท่วม
เจ้าท่ารอรัฐบาลเทงบ ขุดลอกแม่น้ำปีแรก 4,800 ล้าน ลดปัญหาน้ำท่วม
เจ้าท่ารอรัฐบาลเทงบ ขุดลอกแม่น้ำปีแรก 4,800 ล้าน ลดปัญหาน้ำท่วม
นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอรัฐบาลจัดสรรงบประมาณโครงการขุดลอกฟื้นฟูแม่น้ำสายหลักและแม่น้ำสายรอง เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างยั่งยืน ซึ่งได้บรรจุในแผนบริหารราชการแผ่นดินแล้ว โดยเสนอโครงการขุดลอก 3 ปี ปีละ 4,800 ล้านบาท รวม 1.44 หมื่นล้านบาท
กรณีหากทำตามแผนที่วางไว้ เชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาอุทกภัยได้ แม้จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด เนื่องจากขณะนี้แม่น้ำสายหลักทั่วประเทศเกิดปัญหาวิกฤตตื้นเขินและแคบลงจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งแม่น้ำสายปิง วัง ยม น่าน ชี และแม่น้ำมูล เพราะได้รับงบประมาณที่จำกัด จึงไม่มีการขุดลอก เมื่อเกิดปัญหาน้ำหลากขึ้นมามากในช่วงที่ฝนตกจึงระบายได้ไม่ทัน เกิดน้ำท่วมรุนแรง
“ขณะนี้เรามีอำนาจในการปักหมุดกั้นเขตแม่น้ำได้ตามกฎหมาย ซึ่งต่อไปจะเข้มงวดมากขึ้น โดยจะไปทำให้ความกว้างของแม่น้ำกลับมาเหมือนในอดีตให้ได้ เช่น บางแม่น้ำในแผนที่ความกว้างเดิม 200 เมตร แต่ปัจจุบันกลับโดนบุกรุกทั้งคนและดินที่ตื้นเขินเหลืออยู่ที่ 60 เมตร กรมจะค่อยๆ ทำให้เหมือนเดิม มีขนาดเพิ่มขึ้นมาหรือกลับไปใกล้เคียงกับของเดิม โดยปีแรกอาจขยับมาที่ 120 เมตรก่อน” นายถวัลย์รัฐ กล่าว
งบประมาณ 1.44 หมื่นล้านบาท จะขุดแม่น้ำทั่วประเทศได้ 118 แห่ง ซึ่งจากการสำรวจในเบื้องต้นมีพื้นที่ตื้นเขินกว่า 3,000 กม. เนื้อดิน 400 ล้านลูกบาศก์เมตร ปีแรกจะขุดแม่น้ำที่ตื้นเขิน 800 กม.ก่อน ขณะนี้ต้องรองบประมาณจากรัฐบาลว่าจะให้กรมปีละเท่าไร ตามแผนกำหนดไว้ 3 ปี แต่รัฐบาลอาจให้ 4-5 ปี ขึ้นอยู่กับการพิจารณา
ในส่วนปัญหาขุดลอกร่องน้ำที่ผ่านมาคือ เครื่องมือขุดลอกส่วนใหญ่มีอายุใช้งานมาก เรือขุดบางลำมีอายุ 30-40 ปี ทำให้ต้องเสียงบค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษาจำนวนมาก ประชาชนบางส่วนคัดค้าน เนื่องจากมีการเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ตื้นเขินริมตลิ่ง เป็นส่วนที่ทำให้แม่น้ำแคบลง ถ้าไม่ดำเนินการฟื้นฟูแม่น้ำเหล่านี้โดยการขุดลอก ต่อไปจะเป็นแม่น้ำที่ตายแล้ว เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดกับแม่น้ำลี้เมื่อ 25-30 ปีที่แล้ว
แม่น้ำลี้บางส่วนตื้นเขินจนกลายเป็นพื้นดินไม่มีสภาพร่องน้ำ และทำให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำลดลง เป็นสาเหตุของการเกิดอุทกภัย โดยการขุดลอกเพื่อฟื้นฟูแม่น้ำจะช่วยให้บรรเทาปัญหาอุทกภัย และเพิ่มพื้นที่การเก็บน้ำไว้ได้อีกทางหนึ่ง







