
เตือนรัฐตุนเงินรับมือวิกฤต
สมาคมบจ.เชื่อธุรกิจไทยรับมือได้‘ศุภวุฒิ’ชี้อีก3-6เดือนกำลังซื้อหด
สมาคมบจ.เชื่อธุรกิจไทยรับมือได้‘ศุภวุฒิ’ชี้อีก3-6เดือนกำลังซื้อหด
เตือน! ตุนเงินรับมือเศรษฐกิจโลกถดถอย “ศุภวุฒิ” ชี้อีก 3-6 เดือนข้างหน้ากำลังซื้อหดตัว บจ.ไทยฐานะแกร่งรับมือได้
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต เปิดเผยว่า มีความเสี่ยงสูงที่เศรษฐกิจโลกจะถดถอยลงแรงกว่าที่ประมาณการกันไว้ และประเทศไทยจะได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของภาคส่งออกที่จะเห็นชัดเจนในปี 2555 ดังนั้นรัฐบาลควรเตรียมเม็ดเงินไว้รองรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ส่วนปีนี้เศรษฐกิจประคองตัวไปได้และน่าจะโตในระดับ 4%
“รัฐต้องเก็บเงินไว้กระตุ้นเศรษฐกิจที่จะถูกกระทบจากโลกชะลอแรงกว่าคาด โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ไม่ใช่ดำเนินนโยบายอย่างปัจจุบัน เช่น กระตุ้นบ้านหลังแรกและรถยนต์คันแรก เพราะ 2 ธุรกิจนี้เติบโตได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว”
นางสาวเพ็ญศรี สุธีรศานต์ ผู้อำนวยการสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) กล่าวว่า การสำรวจความเห็นของผู้บริหาร บจ.ส่วนใหญ่ มีความกังวลภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยและได้ทยอยปรับตัวเพื่อรับกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น ให้ความระมัดระวังประเทศคู่ค้ามากขึ้น เพราะวิกฤตดังกล่าวอาจทำให้ความต้องการสินค้าลดลง มีการปรับปรุงประสิทธิภาพในการบริหารงานเพื่อลดต้นทุนผลิต ปรับปรุงคุณภาพสินค้าและบริการเพื่อเพิ่มศักยภาพแข่งขัน ตลอดจนหาตลาดใหม่ๆ ทดแทนตลาดเดิมที่ได้รับผลกระทบ
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า บจ.ไทยยังมีความแข็งแกร่งเพราะมีหนี้สินต่อทุน (D/E) ต่ำ และที่ผ่านมาระมัดระวังการลงทุนมาก จนมีกระแสเงินสดสูงสามารถที่จะไปซื้อกิจการต่างประเทศได้
นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร กล่าวว่า บจ.ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมตัวรับมือกับกำลังซื้อที่อาจชะลอตัวลงอย่างรวดเร็วในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า ขณะที่เครดิตทางการค้าต่างๆ ก็อาจจะมีความเสี่ยงสูงขึ้น ดังนั้น บจ.ต้องเพิ่มความระมัดระวังและดำเนินธุรกิจให้รัดกุมเหมือนในช่วงที่เกิดวิกฤตซับไพรม์
นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ยอมรับว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกขณะนี้น่ากังวลมาก ว่าจะเข้าสู่ช่วงภาวะถดถอย ทำให้บริษัทต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทุกๆ ด้าน ทั้งในเรื่องของการลงทุน การศึกษาเรื่องเพิ่มทุนต้องกลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง แต่ในวิกฤตก็มีโอกาสในการออกไปลงทุนและซื้อกิจการแต่ทุกอย่างก็ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
ปตท.สผ. มีความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กิจการมีกระแสเงินสดที่รับมือได้โดย ณ สิ้นงวดไตรมาส 2 มีเงินสดสุทธิ 4 หมื่นล้านบาท และยังไม่มีนโยบายลดการจ่ายเงินปันผล อย่างเช่น กรณีที่บางจากปิโตรเลียม (BCP) ประกาศลดการจ่ายเงินปันผลเหลือ 30% จาก 50%
ด้าน บล.เคจีไอ ระบุว่า กรณีเศรษฐกิจโลกถดถอย จนทำให้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ร่วงหนัก ต้องปรับลดกำไรของกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีลง 40% จากปัจจุบันและผลกระทบต่อเนื่องมายังเศรษฐกิจไทยผ่านภาคส่งออกและความเชื่อมั่นที่ลดลง ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรกลุ่มอื่นๆ ลง 10% ด้วย และถ้าแย่สุดคาดว่าหุ้นไทยจะอยู่ที่ 891 จุด อย่างไรก็ดีเหตุการณ์นี้ยังไม่เกิดขึ้น







