
ตลท.ชี้ยังไม่ต้องใช้มาตรการเสริม
หลังคุยกับผู้ว่าแบงก์ชาติมองสถานการณ์ยังไม่น่าห่วง เพราะหุ้นที่ถูกฟอร์ซเซลและมาร์จินโลนไม่มาก พร้อมแนะนักลงทุนระยะยาวควรใช้วิกฤตเป็นโอกาสเก็บหุ้นได้
หลังคุยกับผู้ว่าแบงก์ชาติมองสถานการณ์ยังไม่น่าห่วง เพราะหุ้นที่ถูกฟอร์ซเซลและมาร์จินโลนไม่มาก พร้อมแนะนักลงทุนระยะยาวควรใช้วิกฤตเป็นโอกาสเก็บหุ้นได้
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยว่า หลังได้หารือทางโทรศัพท์กับผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ประชุมอยู่ต่างประเทศว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องมีมาตรการพิเศษเพื่อดูแลตลาดหุ้นไทยในขณะนี้ แม้ว่าในช่วงเช้าที่ผ่านมาจะร่วงลงไปลึกกว่า 5% ในระหว่างเทรด เนื่องจากเป็นผลจากปัจจัยต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ และการที่ ตลท.มาตรการปกติที่วางหลักเกณฑ์ไว้คือการสั่งพักการซื้อขาย (เซอร์กิต เบรคเกอร์) หากดัชนีลงไปลึกถึง 10% ก็ถือเป็นเกณฑ์ที่เพียงพอ
“ผมและผู้ว่าแบงก์ชาติหวังว่าหุ้นไทยคงไม่ต้องถึงกับต้องใช้เซอร์กิต เบรคเกอร์ เพราะขณะนี้การบังคับขายหลักทรัพย์ (ฟอร์ซเซล) ยังไม่น่าห่วงเนื่องจากระดับการสินเชื่อไปซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จินโลน) ยังอยู่ในระดับเพียง 3 หมื่นล้านบาท ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับระดับที่น่ากังวลตอนปี 2540 ที่มาร์จินโลนอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท”นายจรัมพร
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนระยะยาวสามารถใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาสในการลงทุนได้ เพราะการที่บริษัทจดทะเบียนไทยมีความแข็งแกร่งและพื้นฐานเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแข็งแกรงกว่าภูมิภาคอื่นๆ ก็ยังเชื่อว่าเม็ดเงินทั่วโลกที่มีอยู่มากก้ต้องไหลเข้าภูมิภาคเอเชียแน่นอน
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2554 ต่างชาติขายหุ้นแล้ว 3.1 หมื่นล้านบาท เทียบกับช่วงเดือน พ.ค. 2553 ที่เดือน พ.ค.เพียงเดือนเดียวต่างชาติขายไปถึง 5.8 หมื่นล้านบาท และวิกฤตแฮเบอร์เกอร์ปี 2551 ต่างชาติขายไปทั้งหมด 1.6 แสนล้านบาท







