
ทัม แอนด์ ทัมส์ ชูโมเดล ร้านกาแฟเกาหลีบุกไทย
“เคเวฟ” หรือกระแสคลื่นเกาหลีที่โถมกระทบฝั่งไทยอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงทศวรรษ
“เคเวฟ” หรือกระแสคลื่นเกาหลีที่โถมกระทบฝั่งไทยอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงทศวรรษ
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
“เคเวฟ” หรือกระแสคลื่นเกาหลีที่โถมกระทบฝั่งไทยอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงทศวรรษ จากความคลั่งไคล้กลิ่นอายวัฒนธรรมเกาหลีผ่านกลุ่มศิลปินดารา ที่ต่อยอดไปถึงความนิยมในกลุ่มสินค้าต่างๆ อย่างเครื่องสำอาง ร้านอาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย
กระทั่งล่าสุดธุรกิจร้านกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ภายใต้แบรนด์ “ทัม แอนด์ ทัมส์” (TOM N TOMS) ที่มีจำนวนสาขามากกว่า 300 แห่ง และได้รับความนิยมจากชาวแดนโสมมากกว่าร้านกาแฟแบรนด์ดังๆ ระดับโลก ได้ตัดสินใจเข้ามาทำตลาดเมืองไทยในฐานะมาสเตอร์แฟรนไชส์ด้วยตัวเอง จากเดิมที่เคยให้บริษัทตัวแทนเข้ามาทำตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ “ทัม แอนด์ ทัมส์” ไปเมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา
วิวัฒน์ เด่นดีวณิช กรรมการบริษัท ทัม เอ็น ทัมส์ โฮลดิ้งส์ ผู้รับสิทธิบริหารธุรกิจร้านกาแฟ “ทัม แอนด์ ทัมส์” ในฐานะมาสเตอร์แฟรนไชส์จากบริษัทแม่ ทัม แอนด์ ทัมส์ ประเทศเกาหลี กล่าวว่า บริษัทได้ตัดสินใจเข้ามาบริหารธุรกิจเองในไทยแทนบริษัทเดิมตั้งแต่เดือน เม.ย.ปีนี้
ขณะเดียวกันได้ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่เพื่อบริหารธุรกิจร้านกาแฟ ทัม แอนด์ ทัมส์ ในเชิงรุกนับจากนี้ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ทั้งการเป็นผู้ลงทุนตรงธุรกิจร้านกาแฟ (ไดเรกต์ คอฟฟี่ ช็อป) ในสัดส่วนราว 20% และที่เหลือ 80% จะเป็นการขยายธุรกิจให้กับแฟรนไชซีที่สนใจ
ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาทำเลที่เหมาะสมต่อการขยายสาขาในปีนี้ราว 12 แห่ง โดยทำเลร้านจะต้องสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายและตำแหน่งทางการตลาด (โพสิชันนิง) ของร้านกาแฟ ทัม แอนด์ ทัมส์ ที่อยู่เทียบระดับชั้นเดียวกับร้านกาแฟสตาร์บัคส์ ด้วยคุณภาพและรสชาติที่เป็นมาตรฐานเดียวกับในประเทศเกาหลีที่อยู่ในตลาดมานานร่วม 1213 ปี
ขณะที่แนวทางการทำตลาดบริษัทจะยึดรูปแบบ (โมเดล) ร้านกาแฟ ทัม แอนด์ ทัมส์ ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่นิยมในประเทศเกาหลีเข้ามาทำตลาดในไทย แต่พร้อมจะประยุกต์แนวทางบางส่วนให้สอดคล้องกับผู้บริโภคชาวไทยที่อาจมีรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากชาวเกาหลี
ทั้งนี้ หลังจากแบรนด์ร้านกาแฟ ทัม แอนด์ ทัมส์ เข้ามาในไทยตั้งแต่ 1 ปีที่ผ่านมา สิ่งแรกที่บริษัทจะดำเนินการ คือ การกระตุ้นการจดจำแบรนด์ (แบรนด์อแวร์เนส) ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มเป้าหมายหลักและกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปชาวไทยอย่างต่อเนื่อง จากนั้นจึงจะขยายไปสู่การดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์อย่างจริงจังเป็นลำดับต่อไป
นอกจากนี้ การวางระบบการขนส่งกระจายสินค้า (โลจิสติกส์) ยังถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการธุรกิจร้านกาแฟ ทัม แอนด์ ทัมส์ ให้ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับในประเทศเกาหลี ซึ่งบริษัทได้เตรียมความพร้อมลงทุนในด้านนี้ เพื่อรองรับช่วงแรกในการดำเนินกิจการราว 25 แห่ง ซึ่งบริษัทแม่ประเทศเกาหลีมีความพร้อมเต็มที่เพื่อให้การสนับสนุนในเรื่องนี้
สำหรับแผนธุรกิจร้านกาแฟ ทัม แอนด์ ทัมส์ ในประเทศไทย บริษัทวางเป้าขยายสาขาในช่วงแรก 10-15 สาขา ซึ่งคละกันระหว่างรูปแบบไดเรกต์ คอฟฟี่ ช็อป และผ่านแฟรนไชซี คาดว่าใช้งบลงทุนเฉลี่ยต่อร้านราว 810 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจร่วมลงทุนธุรกิจต่อเนื่องจากประเทศเกาหลีมาที่ประเทศไทยด้วย
วิวัฒน์ กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจร้านกาแฟในประเทศไทยนั้น บริษัทได้วางแผนการตลาดในระยะยาวจากการทำตลาดผ่านช่องทางร้าน (เอาต์เลต) ทัม แอนด์ ทัมส์ ในไทย โดยส่วนหนึ่งจะใช้กลิ่นอายวัฒนธรรมเกาหลีเข้ามาผสมผสานกับกลยุทธ์การทำตลาด นอกเหนือจากการให้บริการ (เสิร์ฟ) บรรยากาศของภายในร้าน เพื่อให้สอดคล้องกับการเป็นแบรนด์ร้านกาแฟระดับโลก (โกลบอลแบรนด์) ในอนาคต
ปัจจุบันร้านกาแฟ ทัม แอนด์ ทัมส์ เปิดให้บริการแล้วในประเทศต่างๆ อาทิ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และประเทศในกลุ่มยุโรป
ขณะที่ตลาดร้านกาแฟในเมืองไทยนั้น บริษัทแม่เห็นว่ายังมีศักยภาพและโอกาสในการเติบโตดีต่อเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยรุ่นใหม่ๆ ที่คล้ายคลึงกับคนเกาหลีและคนทั่วโลก ที่ใช้เวลาพบปะและทำกิจกรรมนอกสถานที่อย่างในร้านกาแฟที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น
ขณะเดียวกันการขยายธุรกิจมายังเมืองไทย ยังมุ่งจะเป็นฐานหรือศูนย์กลาง (ฮับ) การทำตลาดที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 ด้วย ซึ่งจากนั้นคาดว่าจะมีร้าน ทัม แอนด์ ทัมส์ ที่บริษัทลงทุนเองไม่ต่ำกว่า 50 แห่ง
“แม้ปัจจุบันร้านกาแฟ ทัม แอนด์ ทัมส์ จะมีสาขาให้บริการในสิงคโปร์อยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่าตลาดในประเทศดังกล่าวมีขนาดเล็กกว่าไทย ซึ่งยังมีโอกาสขยายตัวได้มากกว่า โดยในปีหน้าบริษัทวางเป้าขยายแฟรนไชส์ในไทยราว 710 สาขา” วิวัฒน์ กล่าว
พร้อมกันนี้บริษัทยังมีแผนนำโมเดลธุรกิจจากเกาหลี คือ “ทัม แอนด์ ทัมส์ อะคาเดมี” เปิดฝึกอบรมสำหรับผู้สนใจลงทุนธุรกิจร้านกาแฟดังกล่าวในไทยด้วย เพื่อพัฒนานักชงกาแฟ (บาริสตา) ให้มีมาตรฐานเดียวกัน พร้อมเปิดหลักสูตรอบรมระยะสั้นด้วย เป็นต้น คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในต้นปี 2555
นอกจากนี้ ภายในร้านยังมีบริการที่เรียกว่า “ไวร์เลส คอลเลอร์” ที่จะเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่เข้ามาสั่งเครื่องดื่มภายในร้าน และสามารถรอคิวรายการเครื่องดื่ม (เมนู) ของตัวเองได้ที่โต๊ะ โดยไม่ต้องต่อแถวรอบริเวณหน้าเคาน์เตอร์เหมือนกับร้านกาแฟแบรนด์อื่นๆ พร้อมใช้จุดแข็งและวัฒนธรรมของร้าน ทัม แอนด์ ทัมส์ ที่แตกต่างไปจากแบรนด์อื่น เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจ เพื่อมัดใจลูกค้าชาวไทยนับจากนี้ไปอีกด้วย







