posttoday
สต๊อกช็อต

สต๊อกช็อต

23 กันยายน 2554

วางแผนเกษียณอย่างมีประสิทธิภาพ

วางแผนเกษียณอย่างมีประสิทธิภาพ

โดย..แฟมิลี่ โนฮาว

โนฮาว : สวัสดีครับ นี่รู้มั้ยว่าปีนี้บ้านเราหน้าหนาวจะมาเร็วกว่าปกติ

ปูกะตอย : ก็ดีนะสิ เพราะเราชอบหน้าหนาว จะได้ขนเสื้อแขนยาวสวยๆ มาใส่

โนฮาว : แสดงว่าปีที่แล้วใส่ยังไม่คุ้มกับเงินที่ซื้อไปอะดิ

ปูกะตอย : รู้ทัน เอ่อ เมื่อวานเรานั่งรถไฟฟ้า เห็นคนอายุราวๆ 40 กว่าๆ 2 คนคุยกัน เรื่องเก็บเงินเพื่อไว้ใช้ยามเกษียณ จับใจความได้ว่าจะเก็บเงินยังงัย เก็บเท่าไรก็ไม่เห็นจะได้แบบเห็นเต็มเม็ด เต็มหน่วยเลย

โนฮาว : แสดงว่าทั้ง 2 คนยังวางแผนเพื่อวัยเกษียณไม่มีประสิทธิภาพ

ปูกะตอย : แล้วทำงัย

โนฮาว : ว่ากันว่ามีกฎ 2 ข้อ สำหรับการวางแผนเกษียณที่มีประสิทธิภาพ ข้อแรกแรก อย่าทำให้เงินหมด ข้อสองคือ อย่าลืมกฎข้อแรก แต่ในคำพูดติดตลกนี้ ความจริงทำได้ยากเพราะชีวิตหลังเกษียณ หากไม่มีรายได้เพิ่มและเก็บเงินโดยเน้นที่ความปลอดภัยสูงสุดเป็นหลัก เงินจะถูกกัดกินไปเรื่อยๆ จากเงินเฟ้อ ดังนั้น เงินก้อนที่สะสมไว้ย่อมลดค่าลงไปเรื่อยๆ แต่แน่นอนว่า ครั้นจะนำเงินสะสมไปเทในหุ้น ที่ว่ากันว่าให้ผลตอบแทนเฉลี่ยมากที่สุดคงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เพราะความเสี่ยงย่อมสูงเกินไป ดังนั้น การวางแผนเกษียณที่ดี คือ การสร้างสมดุลระหว่างความเสี่ยงกับผลตอบแทนให้เหมาะกับตนเอง

ปูกะตอย : แล้วเทคนิคล่ะ

โนฮาว : เทคนิคที่น่าสนใจสำหรับการบริหารพอร์ตสำหรับเกษียณ คือ การแบ่งพอร์ตออกเป็น 2 กอง ให้แต่ละกองทำหน้าที่ของตัวเอง เงินกองแรก มีหน้าที่หาผลตอบแทนที่เหมาะสม เงินกองนี้จำเป็นต้องมีการกระจายความเสี่ยงไปยังตราสารรูปแบบต่างๆ เพื่อลดความผันผวนของตลาดในช่วงเวลา และในทางกลับกันก็สร้างผลตอบแทนให้มากพอที่จะทำให้เอาชนะเงินเฟ้อได้ และเงินกองที่สองมีหน้าที่รักษามูลค่า ซึ่งส่วนใหญ่จะนำไปลงทุนในตราสารหนี้ เพื่อเป็นการรับประกันว่า มูลค่าโดยรวมของพอร์ต จะไม่ลดต่ำลงมากตามความผันผวนของตลาด

ปูกะตอย : แล้วงัย

โนฮาว : เงินทั้งสองกองที่แบ่งออกมาจะทำหน้าที่ของตนเอง เพื่อสร้างความมั่นคงและรายได้อย่างสม่ำเสมอในระยะยาว ซึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องเตือนตัวเองไว้เสมอ ก็คือ ไม่ได้ลงทุนเพื่อสร้างกำไรหรือรายรับอย่างรวดเร็ว แต่เป็นการวางแผนเพื่อผตอบแทนรวมในระยะยาว ซึ่งเป็นการมองที่กว้างไกลกว่า

ปูกะตอย : มีอีกมั้ย

โนฮาว : สรุปแล้วการวางแผนสำหรับวัยเกษียณที่ดี จึงควรให้เงินทำหน้าที่ทั้งเพิ่มมูลค่าเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ และเพื่อรักษามูลค่าของเงินให้คงอยู่ ซึ่งจำเป็นต้องมองผลตอบแทนของเงินเราแบบองค์รวม และเน้นการกระจายการลงทุนให้มาก โดยไม่ต้องไปจำกัดตนเองว่ารายได้ที่จะได้รับจะมาในรูปแบบไหน เพราะไม่ว่าจะเป็นเงินปันผล เงินกำไรจากราคาสินทรัพย์ ดอกเบี้ย ขึ้นชื่อว่าผลตอบแทน ก็คือผลตอบแทนอยู่ดี ดังนั้น จึงควรมองที่ระดับผลตอบแทนเทียบกับความเสี่ยง และเลือกช่องทางที่ดีที่สุดเพื่อตอบโจทย์ของตัวเอง

ปูกะตอย : เข้าใจแล้ว งั้นเดี๋ยวถ้าเจอคุณป้า 2 คน เราจะเอาข้อมูลนี้ไปบอก แต่วันนี้ขอตัวก่อน บ๊าย บาย

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก