posttoday
หุ้นโลกวินาศ-แก้หนี้ยุโรป-สหรัฐถึงทางตันวันเดียวหุ้นไทยสูญกว่า 3 แสนล้าน

หุ้นโลกวินาศ-แก้หนี้ยุโรป-สหรัฐถึงทางตันวันเดียวหุ้นไทยสูญกว่า 3 แสนล้าน

23 กันยายน 2554

ตลาดหุ้นทั่วโลกตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนกอย่างรุนแรง นักลงทุนกังวลว่าเศรษฐกิจโลกจะทรุดตัวอย่างหนัก

ตลาดหุ้นทั่วโลกตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนกอย่างรุนแรง นักลงทุนกังวลว่าเศรษฐกิจโลกจะทรุดตัวอย่างหนัก

เพราะหลังการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ไม่มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (QE3) เป็นเพียงการขายพันธบัตรอายุสั้นเพื่อไปลงทุนในอายุยาวในวงเงิน 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเป็นการปรับปรุงงบดุลขนาด 2.85 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ของเฟดเท่านั้น

ซ้ำร้าย มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ยังลดเครดิตธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐด้วย ให้การกู้ยืมระหว่างธนาคารมีต้นทุนที่สูงขึ้นมาก และอาจขยายวงกว้างจนอาจทำให้เกิดปัญหาการขนาดสภาพคล่อง ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องดี เพราะสุดท้ายอาจกระทบการค้าระหว่างประเทศที่ต้องอาศัยสินเชื่อการค้าได้

 

หุ้นโลกวินาศ-แก้หนี้ยุโรป-สหรัฐถึงทางตันวันเดียวหุ้นไทยสูญกว่า 3 แสนล้าน

ผลของความกังวลทั้งหมดทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกแดงเถือก น้อยสุดตลาดหุ้นจีน ไม่ถึง 3% ไปถึงหนักสุดที่อินโดนีเซียเกือบ 9%

สำหรับหุ้นไทยวันที่ 22 ก.ย. ถูกถล่มขายตั้งแต่เปิดตลาดและช่วงบ่ายรูดหนัก 1,000 จุด ยืนไม่อยู่ลงไปเล่นต่ำกว่า 1,000 จุด ซึ่งแรงขายหุ้นขนาดใหญ่กลุ่มหลักๆ ทั้งพลังงาน ธนาคาร ปูนใหญ่ ฉุดดัชนีปิดต่ำสุดของวัน 990.59 จุด ลดลง 39 จุด หรือ 3.79% เป็นการหลุด 1,000 จุด ในรอบ 6 เดือน (วันที่ 4 มี.ค. ดัชนีอยู่ที่ 995.91 จุด) ต่างชาติขาย 2,700 ล้านบาท

ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) วันเดียวลดลง 3.19 แสนล้านบาท โดยลดจาก 8.42 ล้านล้านบาท เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ลงมาเหลือ 8.1 ล้านล้านบาท วันที่ 22 ก.ย.

พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต กล่าวว่า ตลาดหุ้นตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนก นักลงทุนกังวลเศรษฐกิจโลกจะทรุดตัวหนัก ซึ่งตอนนี้นักลงทุนมีการปรับพอร์ตและขายทุกอย่างที่มีกำไร จากก่อนหน้าจะเห็นว่าไม่มั่นใจเศรษฐกิจและตลาดหุ้นก็โยกเงินซื้อทองคำ แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ราคาทองคำก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังพบสัญญาณการไหลออกของเงินทุนจากภูมิภาคอย่างชัดเจน จะเห็นว่าค่าเงินของประเทศต่างๆ อ่อนค่าลง เช่น เงินรูปีของอินโดนีเซีย อ่อนตัวลง 8% เงินวอนเกาหลีใต้ อ่อนค่าลง 12% ส่วนค่าเงินบาท อ่อนลงมาที่ระดับ 30.7230.74 บาทต่อเหรียญสหรัฐแล้ว

“หุ้นไทยลดลงแรง จากแรงขายหุ้นใหญ่ที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจโลก แล้วยังมีการบังคับขายหุ้นเกิดขึ้นด้วย โดยเฉพาะหุ้นอินโดรามา (IVL) และ ปตท.เคมิคอล (PTTCH) ด้วย”

อย่างไรก็ตาม ในภาวะฝุ่นตลบแบบนี้นักลงทุนที่มีหุ้นอยู่แล้ว ควรรอให้ฝุ่นจางแล้วค่อยพิจารณา ส่วนนักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้นเป็นจังหวะทยอยเก็บ แต่ขณะนี้มองว่าแนวรับสำคัญน่าจะถอยไปอยู่ที่ 950 จุด เพราะเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า 980 จุด จะรับอยู่

ทิสโก้เชื่อ 970-980 รับอยู่

สาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ ให้ความเห็นว่า ดัชนีหุ้นไทยไม่น่าจะลดลงเกิน 35% หรือไม่น่าจะต่ำกว่า 970980 จุด เนื่องมาจากมีพื้นฐานที่ดีของเศรษฐกิจรองรับ

ดัชนีหุ้นไทยนับว่าปรับตัวลดลงน้อยกว่าภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่ ลดลง 46% โดยค่าเงินประเทศภูมิภาคเอเชียลดลง เพราะมีเงินทุนไหลกลับไปสำรองสภาพคล่อง


กิมเอ็งไม่มีบังคับขายเตือนลดหุ้นล่วงหน้า

มนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทไม่มีการบังคับให้ลูกค้าขายหุ้นหรือเรียกหลักประกันเพิ่มเติม ในบัญชีกู้ยืมเงินเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ ถึงแม้ว่าดัชนีหุ้นหลุด 1,000 จุด เนื่องจากก่อนหน้านี้บริษัทได้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และเตือนลูกค้าให้ลดพอร์ตลงทุนต่อเนื่อง ทำให้ยังไม่มีลูกค้าได้รับผลกระทบนัก

“เราเตือนลูกค้ามาตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้วว่า ให้ลดพอร์ตหุ้นลงและมีการเรียกตรวจสอบสถานะบัญชีใกล้ชิด ซึ่งจากการติดตามล่าสุดยังไม่มีลูกค้าที่ถูกฟอร์ซเซล หรือเรียกหลักประกันเพิ่ม” มนตรี กล่าว

กบข.ยังถือเงินสดรอหุ้นหลุดพันน่าสนใจ

ยิ่งยง นิลเสนา รองเลขาธิการกลุ่มงานบริหารกองทุน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวว่า การที่ดัชนีหุ้นไทยหลุด 1,000 จุด เป็นจุดที่น่าสนใจ แต่การตัดสินใจเข้าลงทุนหรือไม่นั้น ต้องดูภาพรวมของตลาด ซึ่งยอมรับว่าผันผวนมาก และปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ต่างๆ ในตลาดโลกแย่หรือต่ำกว่าที่คาดการณ์ก่อนหน้ามาก ดังนั้น กบข.ยังเลือกที่จะถือเงินสดรอและมีการขยับไปลงทุนในตราสารหนี้ด้วย

“ถึงแม้ดัชนีหลุด 1,000 จุด ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าลงทุนทัน เพราะ กบข.ไม่ได้ลงทุนอิงดัชนี แต่ก็ยอมรับว่ามีการเข้าลงทุนในหุ้นเป็นรายตัวที่พื้นฐานดีและราคาลดลงมามาก” ยิ่งยง กล่าว

ปัจจุบัน กบข.มีเงินสดในมือมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท รอจังหวะเข้าลงทุน และยอมรับว่าได้มีการลดการลงทุนในหุ้นมาก่อนหน้าแล้ว หลังมีปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนสูง

ทวีฉัตร จุฬางกูร นักลงทุนรายใหญ่ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจโลกเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ยาก ช่วงนี้ไม่ใช่เป็นช่วงตัดขายแล้ว และไม่แนะนำหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์หรือที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยต่างประเทศ เพราะการฟื้นตัวในต่างประเทศต้องใช้เวลา และแม้จะเห็นราคาหุ้นโภคภัณฑ์ปรับลงมา ก็มองว่าหากเข้าตอนนี้อาจจะได้ของแพงอยู่

ขณะที่มองว่าระยะกลางยาว สามารถทยอยสะสมหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในในประเทศได้ เพราะรัฐบาลยังมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มสื่อสาร แต่ในกลุ่มสื่อสารกับค้าปลีกบางตัว อาจต้องรอให้ราคาปรับลงมาก่อนถึงจะทยอยเข้าสะสมได้ เพราะก่อนหน้านี้มีหลายตัวที่ราคาได้ปรับขึ้นสูงมาก

“ตอนนี้ง่ายสุดถ้าผู้ลงทุนมีมูลค่าพอร์ตไม่มาก แนะนำให้ไปทยอยซื้อเฉลี่ยในกองทุนรวมเพื่อบริหารความเสี่ยงดีกว่า ซึ่งปกติผมไม่ค่อยได้แนะนำให้ซื้อกองทุนรวม แต่ตอนนี้ไม่ใช่จังหวะการลงทุนที่ดีในหุ้น แต่ถ้าคิดว่าเป็นผู้ลงทุนที่มีประสบการณ์พอเข้าลงทุนได้ สำหรับผมก็ใช้กลยุทธ์ขึ้นขายลงซื้อ โดยเฉพาะซื้อกลับในกลุ่มที่เคยขายทำกำไรไปแล้ว” ทวีฉัตร กล่าว

ไม่ต้องรีบช้อน (หุ้น)

ชาญ บูลกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK) กล่าวว่า ความไม่แน่นอนของวิกฤตหนี้ยุโรปและปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐยังออกมาไม่หมด ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้งหุ้นไทยปรับตัวลงต่ำกว่า 1,000 จุด และมีแนวโน้มลงไปถึง 960 จุด ซึ่งเป็นจุดชั่วคราว หากยืนไม่อยู่มีโอกาสหลุด 900 จุด

“นักลงทุนที่คิดจะขายหุ้นตอนนี้ ช้าไปแล้ว ซึ่งควรขายตั้งแต่ 1,100 จุด หรือหากจะซื้อตอนนี้ ก็ยังไม่ได้ เพราะหุ้นจะตกอีกไม่น้อยกว่า 1 เดือน ข่าวไม่ดีของยุโรปยังออกไม่หมด นักลงทุนควรอยู่เฉยๆ ไปรอซื้ออีก 1 เดือน” ชาญ กล่าว  

 

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน