
IVLเมินยุโรปสหรัฐมั่นใจโตสวนศก.โลก
อินโดรามาฯ ยันไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก มั่นใจปีหน้าโตไม่ต่ำกว่า 50%
อินโดรามาฯ ยันไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก มั่นใจปีหน้าโตไม่ต่ำกว่า 50%
นายระเฑียร ศรีมงคล รองประธานกรรมการ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) เปิดเผยว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว เพราะจำหน่ายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกประเภท PET ที่นำมาใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์เพื่อการบริโภค ซึ่งมีความจำเป็นสูง จึงทำให้ความต้องการ PET มีความยืดหยุ่นต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
“ยอดขายของเราในยุโรปและอเมริกา ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรวมกันประมาณ 65% ไม่ได้ลดลง เพราะเม็ดพลาสติกของบริษัทใช้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต้องใช้ และยังไม่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาทดแทนได้ ทำให้รายได้ในปีนี้จะโตตามเป้าที่วางไว้ ส่วนปีหน้ายังโตต่อเนื่อง ขณะที่ในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้วอลุมการขายยังเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับอัตรากำไรสุทธิต่อตันก็เพิ่มขึ้นด้วย” นายระเฑียร กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนในขั้นตอนผลิตเม็ดพลาสติก PET เพื่อเพิ่มส่วนต่างกำไร และการเข้าซื้อกิจการของ Wellman International รวมทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ลิขสิทธิ์จากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ซึ่งให้ส่วนต่างกำไรค่อนข้างสูง
นายริชาร์ด โจนส์ ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ IVL คาดว่ารายได้ในปีหน้าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 50% ตามความต้องการเม็ดพลาสติกที่ยังเติบโตขึ้น โดยบริษัทยังคงเดินหน้าซื้อกิจการเพิ่มในประเทศที่กำลังพัฒนาและมีจำนวนประชากรมาก อาทิ อินโดนีเซีย เม็กซิโก และไนจีเรีย หากการซื้อกิจการเป็นไปตามที่วางแผนไว้จะทำให้รายได้ในปีหน้ามีโอกาสโตมากกว่า 50% จากปีนี้ที่คาดว่าจะโตขึ้นประมาณ 110%
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า การเข้าซื้อกิจการ Wellman International ซึ่งทำธุรกิจรีไซเคิลและไฟเบอร์รายใหญ่ที่สุดในยุโรป ไม่ได้เพิ่มมูลค่าให้ IVL แต่เป็นการลดปริมาณของเสียจากกระบวนการผลิตและรีไซเคิล ส่วนราคาหุ้น IVL ที่ปรับลงมามาก เป็นเพราะราคา PTA ที่ปรับตัวลงและยังมีแนวโน้มลงต่อจากกำลังผลิตใหม่ของจีนที่เข้าสู่ตลาดมากในช่วงปลายปีนี้ แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 60 บาท เชื่อว่ากำไรช่วงครึ่งหลังปี 2554 จะดีขึ้นจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น
บล.เอเซีย พลัส คาดการณ์ว่า กำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2554 ของ IVL จะกลับมาฟื้นตัว และแนวโน้มกำไรสุทธิระยะยาวเติบโตในเชิงรุก ภายใต้แผนที่ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตเป็น 10 ล้านตัน ในปี 2557 แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 71 บาท







