posttoday
ส่งออกส.ค.ทุบสถิติโต31.1%

ส่งออกส.ค.ทุบสถิติโต31.1%

22 กันยายน 2554

พาณิชย์เผยยอดส่งออกส.ค.โตเพิ่ม 31.1% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 8 เดือนโต26.4%

พาณิชย์เผยยอดส่งออกส.ค.โตเพิ่ม 31.1% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 8 เดือนโต26.4%

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกประเทศของไทยในเดือนส.ค.2554 ยอดการส่งออกมีมูลค่า 2.15 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 31.1% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หรือคิดเป็น 6.40 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 2.27 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 44% เป็นการนำเข้าที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกัน และเมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 6.84 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.64%  ส่งผลให้เดือนนี้ไทยขาดดุลการค้า 1,202.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมูลค่า 4.43 หมื่นล้านบาท

สำหรับการส่งออกรวมในช่วง 8 เดือนของปี 2554 (ม.ค.-ส.ค.) มีมูลค่า 1.58 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 26.41% คิดเป็นเงินบาทมูลค่า 4.75 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.5% การนำเข้ามูลค่า 1.53 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 28.5% คิดเป็นเงินบาทมูลค่า 4.65 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.48% เกินดุลการค้ารวมมูลค่า 5,041.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมูลค่า 9.59 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ การส่งออกเดือนส.ค. เป็นการส่งออกที่ทำสถิติสูงสุดอีกครั้ง หลังจากทำสถิติสูงสุดในรอบปีนี้มาแล้วถึง 3 ครั้ง ในเดือนมี.ค.มูลค่า 2.12 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เดือนมิ.ย.มูลค่า 2.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเดือนก.ค. มูลค่า 2.15 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนการนำเข้าเดือนส.ค. ถือเป็นการนำเข้าที่ทำสถิติสูงสุดครั้งแรกตั้งแต่มีการส่งออกมาที่มีมูลค่าทะลุเกิน 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ  

“สาเหตุที่ทำให้การนำเข้าในเดือนส.ค.สูงขึ้น เพราะการนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิง และทองคำที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น จากการที่ราคาในตลาดโลกสูงขึ้น โดยน้ำมันดิบราคาสูงขึ้น 50.5% ทองคำเพิ่มขึ้น 143.5% ส่วนการนำเข้าตัวอื่นๆ ที่สูงขึ้น เช่น สินค้าทุนที่นำเข้าเพิ่มขึ้น 37.6% หรือสินค้าวัตถุดิบและกึ่งวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น 41.2% ซึ่งเป็นผลดี เพราะการนำเข้าพวกนี้ จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ และการส่งออกในอนาคตที่จะขยายตัวได้ดีขึ้น”นายยรรยง กล่าว

ด้านการส่งออกในเดือนส.ค.ที่สูงขึ้น เป็นเพราะการส่งออกในกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ขยายตัวสูงขึ้น 64.3% สินค้าสำคัญที่ส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าว เพิ่มขึ้น 67% ยางพารา 69.6% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 81.3% และสินค้าอาหาร 43.2% ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 16.5% สินค้าสำคัญที่ส่งออกเพิ่ม เช่น เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มขึ้น 9.3% เครื่องใช้ไฟฟ้า 5.2% ยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 3% เม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์ 34.3% สิ่งทอ 11.7% วัสดุก่อสร้าง 32.4% อัญมณีและเครื่องประดับ 65% เฉพาะทองคำ 364.1%

ส่วนสินค้าที่ส่งออกลดลง เช่น ของเล่น ลดลง 17.6% โดยส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ และญี่ปุ่น อังกฤษ และฮ่องกงลดลง เนื่องจากมีปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยเฉพาะไม้มีราคาสูง การขาดแคลนแรงงาน และมีการกีดกันทาการค้าในตลาดต่างประเทศ

ขณะที่ตลาดส่งออกในเดือนส.ค. ขยายตัวทุกกลุ่มตลาด โดยตลาดหลัก เพิ่มขึ้น 17.9% เป็นการเพิ่มขึ้นของตลาดสหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น 26.7% 25.5% และ 3.6% ตามลำดับ แต่ตลาดสหรัฐฯ เป็นการชะลอตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ตลาดศักยภาพสูง ส่งออกเพิ่มขึ้น 40.5% ตลาดศักยภาพรอง เพิ่มขึ้น 21.7%

“การส่งออก 8 เดือนมีอัตราการขยายตัวสูงถึง 26.41% ซึ่งเป็นการขยายตัวที่สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งปี 15% โดยมั่นใจว่าการส่งออกในปีนี้จะขยายตัวได้สูงถึง 20% มูลค่า 2.34 แสนล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าตลาดอียู และสหรัฐฯ จะประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ” นายยรรยง กล่าว

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก