posttoday
Operation Twist บวกสั้นๆ...รอเพิ่ม EFSF ปลายเดือน

Operation Twist บวกสั้นๆ...รอเพิ่ม EFSF ปลายเดือน

22 กันยายน 2554

หุ้นไทยแกว่งตัวผันผวนในกรอบแคบ โดยยังคงถูกกดดันจากปัจจัยความกังวล

หุ้นไทยแกว่งตัวผันผวนในกรอบแคบ โดยยังคงถูกกดดันจากปัจจัยความกังวล

โดย..พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์

เรื่องการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซที่มีข่าวลบสลับเข้ามาเป็นระยะๆ แม้ว่าทาง EU/IMF จะพยายามส่งสัญญาณในเชิงบวกว่ากรีซมีการดำเนินมาถูกทางเพื่อที่จะขอรับเงินกู้งวดที่ 6 แล้วก็ตาม

แต่ตลาดก็ยังถูกรบกวนด้วยข่าวเลื่อนการประชุมระหว่างกรีซและ EU/IMF หลายต่อหลายครั้ง จนทำให้ตลาดกังวลว่ายังไม่สามารถตกลงกันได้และมีโอกาสที่กรีซจะผิดนัดชำระหนี้ได้ในที่สุด ส่งผลให้ภาพตลาดในสัปดาห์ที่ผ่านมาผันผวนขึ้นลงในกรอบไม่มีทิศทางที่ชัดเจน โดยนักลงทุนต่างชาติหนักไปทางขายสุทธิ

ทิศทางในสัปดาห์นี้ประเมินว่าหากผลการประชุม FOMC ออกมามีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นได้บ้างแต่ไม่อยู่ในระดับสูงมากนักเมื่อเทียบกับการทำ QE1 และ QE2 ที่ผ่านมา ที่เป็นการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดโดยตรง โดยหากมีการดำเนินการขายบอนด์ตัวสั้นและซื้อบอนด์ตัวยาวในพอร์ตพันธบัตรของเฟด (Operation Twist) เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยในระดับต่ำยาว และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรตัวยาวลดลง ซึ่งจะส่งผลบวกต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากดอกเบี้ยในการกู้ซื้อบ้านของสหรัฐผูกติดกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐตัวระยะยาว เป็นการกระตุ้นกำลังซื้อในภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่สำหรับตลาดหุ้นก็เป็นบวกเช่นกัน แต่ไม่ได้ดีมากเช่นเดียวกับการเพิ่มสภาพคล่องเข้าไปในระบบโดยตรงอย่างการทำ QE

อย่างไรก็ตาม เราประเมินว่าการออกมาตรการของเฟดในรอบนี้ หากมีมาตรการออกมาจะยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้มากนัก เนื่องจากแรงกดดันทางด้านเงินเฟ้อยังคงมีอยู่ เงินเฟ้อล่าสุดในเดือน ส.ค. เพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อนที่เพิ่ม 0.5% มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% จากราคาน้ำมัน ซึ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาระยะหนึ่งแล้ว แสดงให้เห็นว่า สหรัฐอาจจะเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อ ท่ามกลางความกังวลต่อเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยเรายังคงประเมินว่าเศรษฐกิจไม่ได้แย่อย่างที่ตลาดกังวลและไม่ได้แย่มากพอที่จะทำให้เฟดออกมาตรการใหญ่ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ส่วนผลกระทบต่อตลาดหุ้น หากเฟดเลือกที่จะไม่ออกมาตรการใดๆ ออกมาเลยจะส่งผลให้ตลาดปรับตัวลงได้มาก ในขณะที่หากออกมาตรการใดๆ ออกมา ก็คาดว่าจะไม่ได้เป็นมาตรการที่มีความเข้มข้นมากนักจากเหตุผลที่กล่าวข้างต้น ทำให้โดยรวมหากตลาดปรับตัวขึ้นก็จะยังมีความผันผวนและจำกัด แต่หากปรับตัวลงมีโอกาสลงได้แรง

ด้านปัญหาหนี้ในยุโรป เรายังคงเชื่อว่ากรีซยังคงได้รับการช่วยเหลือจาก EU/IMF ในรอบนี้ แต่รอบถัดๆ ไปมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าทาง EU มีการออกมาตรการที่ชัดเจนในการจัดการกับประเทศที่มีแนวโน้มมีการผิดนัดชำระหนี้เมื่อไหร่ เนื่องจากหากมีมาตรการออกมาแล้ว ทางผู้ให้กู้จะมีแนวทางในการแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อทั้งระบบยูโรโซนได้โดยการปล่อยให้กรีซผิดนัดชำระหนี้ โดยกรีซหากผิดนัดชำระหนี้ในรอบนี้ คาดว่าจะเกิดจากกรีซเองไม่ใช่เกิดจากผู้ให้กู้ เนื่องจากการไม่ให้กรีซกู้ยืมเงินในรอบนี้จะส่งผลลบร้ายแรงต่อประเทศที่ในกลุ่มยูโรโซนมากกว่า

ประเด็นสำคัญที่คิดว่าเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาในยุโรปที่ต้องทำเป็นลำดับแรก คือ การเพิ่มขนาดของกองทุน EFSF โดยชาติในยูโรโซนต้องเพิ่มเงินเข้ามาในกองทุน ซึ่งในตอนนี้แต่ละประเทศก็ล้วนมีปัญหาทางด้านการเมือง เยอรมนีที่เป็นผู้นำของชาติยูโรโซนก็เริ่มมีปัญหาทางด้านการเมือง หลังจากที่พรรครัฐบาลแพ้การเลือกตั้งในเมืองใหญ่หลายเมือง ซึ่งหากสภาเยอรมนีไม่รับรองแผนการเพิ่มวงเงิน อาจจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับการแก้ปัญหาหนี้ยุโรป

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ที่ซื้อเก็งกำไรไปในวันพฤหัสบดีในสัปดาห์ก่อน แนะนำให้ขายลดพอร์ตออกตั้งแต่บริเวณนี้ขึ้นไป เนื่องจากเชื่อว่าหากเฟดมีมาตรการออกมาจะยังไม่มีมาตรการที่เข้มข้น และตลาดยังคงมีความเสี่ยงต่อหนี้ในยุโรปต่อ แม้จะประเมินว่ากรีซยังไม่ผิดนัดชำระหนี้ แต่ข่าวลบที่เข้ามาเป็นระยะๆ ก็จะส่งผลให้ตลาดผันผวนและมีช่วงปรับตัวลงได้พอควร

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน