
เคจีไอแนะเครื่องมือหากำไรหุ้นขาลง
ออกแบบอนุพันธ์ตามใจลูกค้าชูผลตอบแทน10-20%ต่อปี
ออกแบบอนุพันธ์ตามใจลูกค้าชูผลตอบแทน10-20%ต่อปี
เคจีไอ เสริมเขี้ยวเล็บนักลงทุน เสนอ 2 สินค้าอนุพันธ์ตราสารทุนนอกตลาด บริหารความเสี่ยงช่วงตลาดขาลง
น.ส.นฤมล อาจอำนวยวิภาส กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) หรือ KGI เปิดเผยว่า เคจีไอออก Long Put Options และ Short Call Options ซึ่งเป็นอนุพันธ์ตราสารทุนนอกตลาด เพื่อบริหารความเสี่ยงและเพิ่มอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นผันผวนสูง
ปัจจุบันกองทุนต่างๆ ที่ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่มีความเสี่ยงที่ผลการดำเนินงานอาจไม่ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากนโยบายของบางกองทุนต้องลงทุนในหุ้นสามัญเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถขายหุ้นออกมาเพื่อลดความเสี่ยงในช่วงผันผวนได้
สำหรับ Long Put Options จะเป็นเครื่องมือให้กับผู้จัดการกองทุนที่มองว่าตลาดจะลงแรง และต้องการจำกัดความเสี่ยงในการถือครองหุ้น โดยปกติแล้วจะทำการ Long Put SET50 Options ในตลาดอนุพันธ์ (TFEX) แต่พรีเมียมมีราคาแพง และสัญญาเป็นแบบมาตรฐาน ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการ เพราะอ้างอิงดัชนีหุ้น 50 และอายุของสัญญาจำกัดที่สิ้นเดือน มี.ค./มิ.ย./ก.ย./ธ.ค. ซึ่งจะต่างจากการทำ Long Put Options กับเคจีไอ
“ผู้จัดการกองทุนของเคจีไอสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามความต้องการตั้งแต่ 1 เดือน3 ปี หลักทรัพย์อ้างอิง อายุของสัญญา และขนาดของสัญญา” น.ส.นฤมล กล่าว
ทั้งนี้ Short Call Options เหมาะสำหรับผู้จัดการกองทุนที่ต้องการเพิ่มอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในช่วงที่ตลาดแกว่งตัวลงและมีความผันผวน ซึ่งอาจให้ผลตอบแทนจากการลงทุนสูงถึง 1020% ต่อปี
น.ส.นฤมล กล่าวว่า เคจีไอได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายเพิ่มขึ้น และยังมีบริการให้คำแนะนำ และเป็นที่ปรึกษาการลงทุนในอนุพันธ์ตราสารทุนนอกตลาดให้แก่ลูกค้ารายใหญ่ กองทุน บริษัทประกัน และธนาคารพาณิชย์
สำหรับในภาวะตลาดหุ้นผันผวนที่ผ่านมา เคจีไอร่วมมือกับ บลจ.วรรณ ออกกองทุนรวม 1 SMARTLTF ซึ่งเป็นกองทุนรวมหุ้นระยะยาวที่จัดตั้งขึ้นเมื่อกลางปี 2550 มีนโยบายการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ แต่มีการป้องกันความเสี่ยง 100% ด้วยการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ควบคู่กันไปด้วย ทำให้อัตราผลตอบแทนค่อยๆ เติบโต จนผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ประมาณ 7% และเป็น LTF เพียงกองเดียวที่ผลตอบแทนยังเป็นบวก ท่ามกลางดัชนีหุ้นที่ลดลงประมาณ 50% ในปีนั้น







