
จับตา15-26ก.พ. กลัวขายกองทุน
โพสต์ทูเดย์
— ก.ล.ต.สั่งบลจ.ทุกแห่งแจ้งยอดไถ่ถอนหน่วยลงทุนสภาพคล่องทุกสิ้นวัน 1526 ก.พ.หวั่นนักลงทุนเทขายใกล้วันตัดสินคดียึดทรัพย์นายธีรพันธุ์ จิตตาลาน กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) นครหลวงไทย เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้สั่งให้บลจ.ทุกแห่งรายงานสภาพคล่องทุกสิ้นวัน รวมถึงเงินกองทุนที่เปิดให้ซื้อขายได้ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 1526 ก.พ.นี้ เพื่อติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบจากการพิจารณาคดียึดทรัพย์ของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 26 ก.พ.นี้
นอกจากนี้ ก.ล.ต.ยังให้รายงานข้อมูลการไถ่ถอนของผู้ถือหน่วยลงทุนทุกสิ้นวันด้วยว่ามีมากน้อยแค่ไหน และมีความผิดปกติหรือไม่
“
ปกติแล้วกองทุนที่เปิดให้ซื้อขายได้ทุกวันจะมีสภาพคล่องเพียงพอ รองรับการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของผู้ลงทุนได้ คงไม่น่ามีปัญหาอะไร และที่ผ่านมาผู้ถือหน่วยลงทุนยังซื้อขายตามปกติ” นายธีรพันธุ์ กล่าวสำหรับบลจ.นครหลวงไทย ประเมินว่าสถานการณ์ทางการเมืองไม่น่าจะรุนแรง โดยช่วง 12 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ทยอยซื้อหุ้นต่อเนื่องเมื่อดัชนีปรับตัวลงต่ำกว่า 700 จุด ทำให้น้ำหนักลงทุนในหุ้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8090% ของพอร์ตและหากดัชนียังคงอ่อนตัวลงก็พร้อมซื้อเพิ่ม เพราะยังมีเงินสดเหลือประมาณ 10%
นายธีรพันธุ์ กล่าวว่า บลจ.เป็นนักลงทุนสถาบันจะลงทุนระยะยาว และมองว่าปัจจัยการเมืองถือเป็นปัจจัยระยะสั้น ในที่สุดก็จะคลี่คลายลง หลังจากนั้นหุ้นจะปรับตัวขึ้นได้ตามเศรษฐกิจทั่วโลกที่ฟื้นตัว โดยประเมินว่าดัชนีมีโอกาสถึงระดับ 800 กว่าจุด และคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตประมาณ 4% ในปีนี้
นอกจากนี้ ข้อมูลจากโกลด์แมนแซคส์มองว่าเอเชียยังเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจ แม้ประเทศจีนจะออกนโยบายควบคุมการเติบโตของเศรษฐกิจที่ร้อนแรงเกินไป ถือเป็นเรื่องที่ดีและคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตได้ 910% ในปีนี้







