posttoday
ศก.โลกวูบทัวร์ยุโรปซบ

ศก.โลกวูบทัวร์ยุโรปซบ

21 กันยายน 2554

สทท.ระบุวิกฤตการเงินสหภาพยุโรปซบยาว 3 ปี ชี้พ่นพิษยอดจองล่วงหน้าไฮซีซันปีนี้วูบ 15%

สทท.ระบุวิกฤตการเงินสหภาพยุโรปซบยาว 3 ปี ชี้พ่นพิษยอดจองล่วงหน้าไฮซีซันปีนี้วูบ 15%

นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานฝ่ายนโยบายสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า  สทท.เชื่อว่าวิกฤตการเงินของประเทศแถบยุโรปจะมีความยืดเยื้อยาวนานกว่า 3 ปี โดยผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐศาสตร์ได้ประเมินว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นครั้งนี้จะมีลักษณะเดียวกับวิกฤตต้มยำกุ้งที่เกิดขึ้นในแถบเอเชียเมื่อปี 2540

ทั้งนี้สทท.ได้รับรายงานจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เช่น บริษัททัวร์ โรงแรม เริ่มได้รับผลกระทบจากปัญหาวิกฤตทางการเงิน ซึ่งวัดได้จากยอดการจองล่วงหน้าของนักท่องเที่ยวแถบยุโรปที่จะเดินทางมาช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซัน) ระหว่างเดือนพ.ย.-ม.ค.ปีหน้า ลดลงราว 10-15% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินยูโร ทำให้นักท่องเที่ยวชะลอการเดินทางระยะไกล

“ปกตินักท่องเที่ยวยุโรปจะจองแพ็กเกจทัวร์ล่วงหน้า 1 เดือนครึ่งก่อนการเดินทาง ช่วงปลายก.ย.-ต.ค.จะเป็นฤดูกาลจองแต่ปีนี้ค่อนข้างซบเซาและเห็นผลกระทบได้อย่างชัดเจน”นายกงกฤช กล่าว

อย่างไรก็ตามสทท.เชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวตลาดยุโรปที่ลดลง ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวไทยทั้งประเทศ เนื่องจากช่วงเดือนม.ค.-ส.ค.ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวทั้งประเทศเติบโต 27%  สามารถชดเชยกับตัวเลขนักท่องเที่ยวแถบยุโรปที่หายไปได้ โดยคาดว่าตลอดปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเข้าไทย 19 ล้านคน รายได้ 7 แสนล้านบาท ส่วนรายได้จากตลาดยุโรปที่ลดลงอยู่ระหว่างการประเมินตัวเลข ซึ่งตลาดดังกล่าวสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวไทยสัดส่วน 50-60% ของรายได้ทั้งหมด   

นายกงกฤช กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการโรงแรม บริษัทนำเที่ยว ที่มีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นตลาดยุโรป ต่างปรับกลยุทธ์การทำตลาด โดยมุ่งตลาดโซนเอเชียมากขึ้น โดยบางบริษัทได้เร่งเปิดตัวแทนจำหน่ายตลาดที่น่าสนใจ อย่าง สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย ทดแทน

ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานสัมมนาจับทิศท่องเที่ยวไทย 2 ล้านล้านบาทความท้าทายรัฐบาลใหม่ ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศ(ททท.) และสทท.ต้องดร่งจัดทำแผนบูรณาการด้านการท่องเที่ยวของประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวปี 2558 จำนวน 2 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้มองว่าประเทศไทย มีความพร้อมในการท่องเที่ยวทุกด้าน ทั้งด้านทรัพยากร เทคโนโลยี และระบบสาธารณูปโภค แต่ยังขาดการบูรณาการอย่างเข้มแข็ง ทางททท.ควรทำงานกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดมากขึ้นในฐานะที่ปรึกษาของภาครัฐ มากกว่าการเป็นผู้ขอรับการสนับสนุนเหมือนที่ผ่านมา เพื่อให้การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมตรงต่อเป้าหมายมากที่สุด

นอกจากนี้ภาคเอกชน เช่น ตัวแทนจากบริษัทการบินไทย ฯลฯ ต่างมีความคิดเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต รวมถึงรับบาลต้องมีเจ้าภาพการทำงานที่ชัดเจน ในการขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าว

นายกงฤช กล่าวว่า รัฐบาลต้องปรับแนวคิดยุทธศาสตร์เป้าหมาย 2 ล้านล้านบาทที่ตั้งไว้  โดยนำรายได้ตลาดในประเทศ และรายได้จากการลงทุนทางการท่องเที่ยว รวมเป็นรายได้รวม เพื่อให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2558 ซึ่งเชื่อว่าหากรวมตัวเลขตลาดต่างประเทศ ความเป็นไปได้จะสร้างรายได้เพียง 1.1 ล้านล้านบาทเท่านั้น

นายสรรเสริญ เงารังษี รองผู้ว่าการด้านตลาดตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพทางการท่องเที่ยวที่จะไปสู่เป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ได้หรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับเม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่ที่จะเข้าสู่การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงปราศจากวิกฤตทางการเมืองภายในประเทศ และทุกภาคส่วนร่วมมือกันพัฒนาและรับมือกับทุกวิกฤตที่จะเข้ามากระทบต่อภาคการท่องเที่ยว

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก