posttoday
ไอซีทียัน2.5หมื่นล.

ไอซีทียัน2.5หมื่นล.

20 กันยายน 2554

เป็นงบเพื่อใช้ตามแผนรัฐบาลชงครม.วันนี้ไทยคมกุมวงโคจร

เป็นงบเพื่อใช้ตามแผนรัฐบาลชงครม.วันนี้ไทยคมกุมวงโคจร

ไอซีทีแจงของบเพิ่มเป็น 2.5 หมื่นล้าน มีเหตุผลสนับสนุนทุกข้อ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบบอร์ดซิป้าไม่ตั้ง ผอ.

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที เปิดเผยว่า งบประมาณปี 2555 ที่ไอซีทีได้ เสนอขอทั้งหมด 25,639 ล้านบาท แบ่งเป็นงบดำเนินงานของกระทรวง 13,981.5 ล้านบาท และโครงการบรอดแบนด์ 11,657 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มจากเดิมที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ทำไว้เพียง 5,000 ล้านบาท

แม้มูลค่างบประมาณจะดูเป็นจำนวนมากหากเทียบกับงบเดิม แต่งบที่ขอเพิ่มขึ้นนั้นเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ดังนั้นไอซีทีไม่ได้เพิ่มจากเดิม แต่เป็นการพิจารณาใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องและสามารถดำเนินการในเรื่องต่างๆ ได้เต็มที่

“ทุกหน่วยงานได้เพิ่มขึ้นทั้งหมด เพราะมีเป้าหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์โครงการต่างๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะบริการไวไฟฟรีที่จะต้องเสร็จภายใน 3 เดือน ตามที่ประกาศไว้” รมว.ไอซีที กล่าว

สำหรับงบประมาณเดิม 5,000 ล้านบาทนั้น แบ่งเป็น 6 หน่วยงาน คือ สำนักงานปลัดกระทรวงไอซีที 1,175 ล้านบาท กรมอุตุนิยมวิทยา 1,217 ล้านบาท สำนักงานสถิติแห่งชาติ 1,108 ล้านบาท สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือซิป้า 379 ล้านบาท สำนักรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ 1,022 ล้านบาท และสำนักงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 96 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังได้สั่งให้นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดไอซีที ตั้งคณะกรรมการสอบคณะกรรมการ หรือบอร์ดสำนักงานอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือซิป้า ชุดที่มีนายศุภชัย ตั้งวงศ์ศานต์ เป็นประธาน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่บอร์ดไม่แต่งตั้ง น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการ ส่งผลให้หน่วยงานเสียหายจากการที่ไม่มีผู้อำนวยการมาบริหารงาน

“ถือเป็นการปล่อยปละละเลยในหน้าที่ของบอร์ด เพราะการไม่มีผู้อำนวยการมาบริหาร ทำให้หน่วยงานไม่เดินหน้า จึงต้องสอบสวนว่าการที่บอร์ดทำเช่นนี้คุ้มค่าหรือไม่ รวมทั้งการใช้งบประมาณต่างๆของซิป้าสมเหตุสมผลหรือไม่ ซึ่งทางปลัดต้องตั้งคณะกรรมการให้เสร็จภายใน 15 วัน” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม น.ต.วุฒิพงศ์ ไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ผู้อำนวยการตั้งแต่ที่ ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี เป็น รมว.ไอซีที โดยบอร์ดระบุว่ามีคุณสมบัติไม่เหมาะสม เพราะถูกสอบเรื่องงบ

ขณะที่วาระการประชุม ครม.วันที่ 20 ก.ย.ในส่วนของไอซีที มีเรื่องที่ครม.ต้องพิจารณาอนุมัติคือ ให้บริษัท ไทยคม เป็นผู้ดำเนินการรักษาวงโคจร 120 องศาตะวันออกที่จะหมดอายุเดือน ม.ค. 2555 ซึ่งหลังจาก ครม.อนุมัติแล้ว ไทยคมจะได้ประสานสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือไอทียู และทางเอเชียแซท ซึ่งเป็นดาวเทียมที่อยู่ในวงโคจรใกล้เคียงและมีกำหนดยิงเดือน พ.ย. โดยจะลากดาวเทียมดวงนี้มาไว้ในวงโคจรของไทยแทน

ทั้งนี้ ครม.จะอนุมัติในหลักการให้ไทยคมเป็นผู้ดำเนินการเท่านั้น แต่ในรายละเอียดต่างๆ ที่ไทยคมเสนอมา เช่น การให้บริการเชิงพาณิชย์ และการที่ดาวเทียมดวงนี้ไม่อยู่ในสัมปทาน เป็นเรื่องที่ กสทช. ชุดใหม่ต้องมาจัดการเรื่องนี้ต่อ

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก