
‘หุ้น-ทอง’คือโอกาส
บลจ.บัวหลวงเชื่อแนวโน้มราคาดีแนะเศรษฐกิจโลกเสี่ยงต้องถือยาว
บลจ.บัวหลวงเชื่อแนวโน้มราคาดีแนะเศรษฐกิจโลกเสี่ยงต้องถือยาว
บลจ.บัวหลวง แนะ “หุ้นทองคำ” คือคำตอบในช่วงเศรษฐกิจโลกเผชิญหน้าความเสี่ยง ชี้ไม่ลงทุนหุ้นยิ่งเสี่ยง เชื่อทองคำยังแนวโน้มดี เชียร์แบ่งเงิน 3 ส่วนลงทุนทองคำ 3 แบบ
นายวศิน วัฒนวรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง กล่าวในงานเสวนาเรื่อง “จะลงทุนกันอย่างไรภายใต้ความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก” ว่า หากต้องการให้เงินลงทุนมีโอกาสเติบโตขึ้นมากๆ ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงนั้น ควรจะเน้นลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ได้แก่ หุ้นและทองคำ โดยเฉพาะหุ้นไทยและหุ้นในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากช่วงที่สหรัฐอเมริกาและยุโรปมีปัญหาทางเศรษฐกิจจะทำให้นักลงทุนโยกเงินเข้ามาลงทุนในเอเชียมากยิ่งขึ้น
“คนที่ลงทุนในหุ้นถือว่ามีความเสี่ยงก็จริง แต่ในตอนนี้คนที่ไม่ลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงมากกว่า เพราะไม่มีใครรู้ว่า ตลาดจะพลิกกลับมาเมื่อไร โดยหากปัญหาเศรษฐกิจโลกคลี่คลาย ตลาดหุ้นกลับมาเป็นแนวโน้มขาขึ้นจะพลาดโอกาสการลงทุน” นายวศิน กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายวศิน แนะนำว่า การลงทุนหุ้นและทองคำ นักลงทุนจะต้องยอมรับความเสี่ยงได้ ต้องลงทุนระยะยาวและจะต้องไม่ลงทุนเกินตัว
นอกจากนี้ นายวศิน ยังแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในทองคำว่า ควรแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วน โดยส่วนหนึ่งเป็นการลงทุนระยะยาว อีกส่วนหนึ่งทยอยลงทุนเป็นประจำ และส่วนสุดท้ายเป็นการซื้อขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น ซึ่งจะช่วยให้การลงทุนในทองคำมีความปลอดภัยมากขึ้นและสามารถหาผลตอบแทนจากการผันผวนของราคาทองคำในระยะสั้นได้
“ช่วงนี้นักลงทุนมักจะถามว่า ทองคำเป็นฟองสบู่หรือยัง ซึ่งหากมองที่ต้นทุนการผลิตทองคำที่ 1,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และราคาซื้อขายในตลาดที่ระดับ 1,800 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ก็ต้องบอกว่า แพงแล้ว แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นฟองสบู่ เพราะปริมาณทองคำในโลกมีจำกัด แต่ความต้องการทองคำ โดยเฉพาะความต้องการของนักลงทุนมีไม่จำกัด แต่อย่าคาดหวังว่า จะได้ผลตอบแทนที่ดีเหมือนที่ผ่านมา” นายวศิน กล่าว
นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มจัดการลงทุน บลจ.บัวหลวง กล่าวว่า หากธนาคารกลางของทุกประเทศในโลกไม่เชื่อมั่นต่อค่าเงินเหรียญสหรัฐ และลดสัดส่วนเงินสำรองจากปัจจุบันที่มีสัดส่วนเงินเหรียญสหรัฐ ประมาณ 60% ของเงินสำรองทั่วโลก โดยหันไปถือครองทองคำแทนจะทำให้ราคาทองคำมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นไปถึง 1.4 หมื่นเหรียญสหรัฐ/ออนซ์
“สหรัฐเองก็มีทองคำเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศจำนวนมาก หรือประมาณ 8,000 ตัน เพราะฉะนั้นคนที่ได้ประโยชน์จากการที่ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุดก็คือสหรัฐ และมีการคาดว่าหากราคาทองคำขึ้นไปถึง 5,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ซึ่งสามารถทำให้สหรัฐใช้ทองคำที่มีอยู่จ่ายหนี้สาธารณะที่มีอยู่ทั้งหมดได้” นายพีรพงศ์ กล่าว
นอกจากนี้ นายพีรพงศ์ กล่าวว่า สำหรับหุ้นไทยมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกและการเดินทาง ทั้งที่เกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวและการเดินทางเพื่อธุรกิจ
“หลังจากที่การเมืองนิ่ง การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ลงทุนมานานในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา น่าจะมีการเดินหน้าต่อไปได้และน่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโตต่อเนื่องในท่ามกลางภาวะความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกในครั้งนี้” นายพีรพงศ์ กล่าว
พร้อมกันนี้ นายพีรพงศ์ ยังกล่าวอีกว่า บลจ.บัวหลวงอยู่ระหว่างการศึกษาการลงทุนหุ้นโดยตรงในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่จะได้รับประโยชน์จากการตั้งประชาคมอาเซียน และอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ







