posttoday
บาทอ่อน-บอนด์ราคาดีธปท.ขยับหารายได้เพิ่ม

บาทอ่อน-บอนด์ราคาดีธปท.ขยับหารายได้เพิ่ม

20 กันยายน 2554

ธปท.แย้มบาทอ่อนทำกำไรดีขึ้น เร่งหาผลตอบแทนในการบริหารทุนสำรองเพิ่มขึ้น

ธปท.แย้มบาทอ่อนทำกำไรดีขึ้น เร่งหาผลตอบแทนในการบริหารทุนสำรองเพิ่มขึ้น

นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธปท.ได้พยายามเพิ่มการลงทุน และกระจายความเสี่ยงในการบริหารเงินสำรองทางการ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น

“ช่วงนี้นักลงทุนฝรั่งเริ่มไหลออก แต่ไทยก็ซื้อเงินบาท ทำให้ค่าเงินมีทิศทางอ่อนค่า และถ้าเงินบาทเคลื่อนไหวลักษณะนี้ ไม่แน่ว่าปีนี้การบริหารทุนสำรองหรือนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศไปลงทุนตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อหาผลตอบแทนที่ดี ภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสมในต่างประเทศ อาจจะได้กำไรที่ดีขึ้น เพราะ ธปท.พยายามเพิ่มการลงทุนและกระจายความเสี่ยงการลงทุนเพื่อหาผลตอบแทนที่มากขึ้น” นางผ่องเพ็ญ กล่าว

ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า ได้เริ่มนำเงินสำรองทางการไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่มี ความน่าเชื่อถือในระดับ AA แต่เป็นประเทศมีความมั่นคงได้ จากเดิมที่จะเลือกลงทุนเฉพาะในพันธบัตรที่มีความน่าเชื่อถือระดับ AAA เท่านั้น เนื่องจากเศรษฐกิจในต่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก พันธบัตรความมั่นคงระดับ AAA มีเพียงเยอรมนีกับฝรั่งเศสเท่านั้น แถมตอนนี้ฝรั่งเศสอาจจะมีปัญหาต้องจับตาดูใกล้ชิดขึ้น และเรายังเริ่มลงทุนพันธบัตรประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ด้วย

นางผ่องเพ็ญ เปิดเผยว่า ภาวะที่ค่าเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าใกล้แตะระดับ 30.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เนื่องจากความต้องการซื้อเงินเหรียญสหรัฐมีมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะอุปสงค์ในประเทศยังดี ทำให้ผู้นำเข้าเองก็มีความต้องการซื้อเงินเหรียญสหรัฐไว้เพื่อนำเข้าสินค้าด้วย เพราะไม่แน่ใจว่า จะอ่อนค่าลงไปอีกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตลาดโดยรวมยังมีความสมดุล เพราะมีทั้งความต้องการซื้อและขาย และค่าเงินบาทยังเกาะกลุ่มไปกับภูมิภาค

ทั้งนี้ จากข้อมูลภาวะเศรษฐกิจ ในเดือน ก.ค.ปีนี้ พบว่า มีมูลค่าการนำเข้า 1.84 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มีการขยายตัวที่ระดับ 13.1% ขณะที่การส่งออกมีมูลค่า 2.11 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นการขยายตัว 36.4%

ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า การที่ธปท.มีการออกพันธบัตรออมทรัพย์ธปท.ซึ่งจ่ายดอกเบี้ยอ้างอิงกับอัตราเงินเฟ้อนั้น ถึงในช่วงที่ผ่านเงินเฟ้อจะสูงขึ้น แต่ก็ไม่ได้เพิ่มภาระการจ่ายดอกเบี้ยที่จะเพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อมากนัก เพราะการดูแลสภาพคล่องในระบบ และตลาดโดยรวมธปท. ส่วนใหญ่จะไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยอ้างอิงกับเงินเฟ้อแต่อย่างไร ดังนั้น ถึงเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นบ้างก็ไม่สร้างปัญหา

“ถึงเงินเฟ้อจะปรับเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่เพิ่มภาระดอกเบี้ยมากนัก เพราะการดูแลสภาพคล่องส่วนใหญ่ไม่ได้อิงเงินเห้อ ส่วนการออกพันธบัตรออมทรัพย์ธปท. ประเภทจ่ายยดอกเบี้ยคงที่อายุ 7 ปี และจ่ายดอกเบี้ยอิงกับเงินเฟ้ออายุ 3 ปี ในวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งขายได้ไม่หมดนั้น ต้องยอมรับแข่งขันกับตลาดไม่ไหว เพราะจ่ายดอกเบี้ยสูงอย่างตลาดไม่ได้ จ่ายได้เท่านั้นจริง” นางผ่องเพ็ญกล่าว

ทั้งนี้ ธปท.กำหนดจ่ายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรออมทรัพย์ธปท. อายุ 3 ปี ซึ่งอิงกับอัตราดอกเบี้ยไบบอร์และเงินเฟ้อประมาร 3.5% และพันธบัตรออมทรัพย์ธปท. อายุ 7 ปี ประเภทจ่ายผลตอบแทนคงที่ 3.7% ซึ่งสามารถจำหน่ายผ่านตัวแทนธนาคารพาณิชย์ 11 แห่งได้เพียง 1.5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น



 

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก