posttoday
ขาดดุล2.1แสนล้านอุ้มศก.

ขาดดุล2.1แสนล้านอุ้มศก.

18 กุมภาพันธ์ 2553

สศค.เผยรัฐบาลเร่งฉีดเงินเข้าระบบ ฐานะเงินคงคลังแกร่ง1.64แสนล้าน

โพสต์ทูเดย์ — รัฐดึงเงินในนอกงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลขาดดุลพุ่ง เร่งกู้ชดเชย

นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2553 (ต.ค. 2552ม.ค. 2553) รัฐบาลขาดดุลเงินงบประมาณ 137,218 ล้านบาท เมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณที่ขาดดุล 82,468 ล้านบาท ส่งผลให้ขาดดุลเงินสดรวม 219,686 ล้านบาท และรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 90,572 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดทั้งสิ้น 129,114 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนม.ค. 2553 มีจำนวนทั้งสิ้น 164,721 ล้านบาท

นายสาธิต กล่าวว่า ผลการจัดเก็บรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากภาษีที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและการนำเข้าเป็นหลัก สะท้อนให้เห็นถึงสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจน ในขณะที่รัฐบาลจะสนับสนุนการฟื้นตัวให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องด้วยการเร่งอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจต่อไป

นอกจากนั้น เงินคงคลังระดับดังกล่าวสะท้อนฐานการคลังที่แข็งแกร่งกว่าที่ผ่านมามาก

สำหรับฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 4 เดือนแรกปีงบประมาณ 2553 พบว่า รายได้อยู่ที่ 463,965 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีรายได้ 373,680 ล้านบาท

สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วถึง 24.2% โดยเป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และการปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน สุรา เบียร์ และยาสูบ ส่งผลให้จัดเก็บภาษีที่สำคัญ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน รถยนต์ ยาสูบ เบียร์ และอากรขาเข้าได้เพิ่มขึ้นมาก

ขณะที่รายจ่ายอยู่ที่ 601,183 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายจ่ายที่ 596,757 ล้านบาท โดยดุลเงินงบประมาณ 4 เดือนแรกปีนี้ ขาดดุล 137,218 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดดุล 223,077 ล้านบาท

สำหรับดุลเงินนอกงบประมาณขาดดุล 82,468 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่ขาดดุล 27,985 ล้านบาท ดุลเงินสดหลังกู้ขาดดุล 129,114 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดดุล 192,062 ล้านบาท

ทั้งนี้ การขาดดุลในช่วง 4 เดือนแรก ถือว่ายังต่ำกว่าเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณ ในปี 2553 ซึ่งกำหนดไว้ที่ 4 แสนล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายทั้งสิ้น 1.7 ล้านล้านบาท โดยเป็นงบประมาณลงทุน 2.14 แสนล้านบาท

ขณะที่ปี 2554 รัฐบาลวางกรอบงบประมาณรายจ่ายไว้ทั้งสิ้น 2.07 ล้านล้านบาท ขาดดุล 4.2 แสนล้านบาท และเป็นส่วนของงบลงทุน 3.14 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลต้องการผลักดันพ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของวุฒิสภา

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน