posttoday
แกรมมี่-ยามาฮ่าลุยรร.ดนตรี

แกรมมี่-ยามาฮ่าลุยรร.ดนตรี

19 กันยายน 2554

โหนกระแสประกวดร้องเพลงเฟ้นหาครูแก้ขาดแคลนหนัก

โหนกระแสประกวดร้องเพลงเฟ้นหาครูแก้ขาดแคลนหนัก

โรงเรียนสอนร้องเพลงแข่งดุ รับกระแสเวทีประกวดบูม บุคลากรขาดแคลน แกรมมี่สยามดนตรียามาฮ่าแข่งดุ

น.ส.บุษบา ดาวเรือง ประธานกรรมการบริหารร่วม บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กล่าวว่า การแข่งขันของธุรกิจโรงเรียนดนตรีสอนร้องเพลงค่อนข้างรุนแรงและเน้นคุณภาพมากขึ้น จากการเกิดขึ้นของเวทีการประกวดมากมายในปัจจุบัน ทั้งเดอะสตาร์ เคพีเอ็น หรือเอเอฟ ผลักดันให้ธุรกิจโรงเรียนดนตรีหรือสอนการร้องเพลงต้องปรับตัว

แกรมมี่ได้หยุดดำเนินการโรงเรียนสอนดนตรีมีฟ้าเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และเปิดสถาบัน GRVS Grammy Krurodj Vocal Studio ร่วมกับครูโรจน์ หรือนายรุ่งโรจน์ ดุลลาพันธ์ โดยใช้งบลงทุน 10 ล้านบาท

“โรงเรียนมีฟ้าสอนดนตรีหลากหลาย ไม่ได้เฉพาะเจาะจง ซึ่งยุคนี้การทำงานต้องโฟกัสจึงจะประสบความสำเร็จ บริษัทจึงหันมาเน้นการพัฒนาคุณภาพนักร้อง ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุด ยิ่งปัจจุบันตลาดในส่วนโชว์บิซขยายตัว ทำให้นักร้องต้องแสดงสดมากขึ้น การพัฒนาเรื่องร้องเพลงจึงเป็นสิ่งสำคัญ” น.ส.บุษบา กล่าว

เบื้องต้นการลงทุนในสถาบัน GRVS เป็นไปเพื่อพัฒนาคุณภาพนักร้องในสังกัดเป็นอันดับแรก แต่ในอนาคตจะขยายรูปแบบแฟรนไชส์ต่อไป ทั้งนี้คาดว่าสถาบัน GRVS จะคุ้มทุนภายใน 1 ปี

นายรุ่งโรจน์ กล่าวว่า นอกจากสถาบันจะสอนเรื่องการร้องเพลงแล้ว ยังมีหลักสูตรสอนการเป็นครูสอนร้องเพลงอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันบุคลากรด้านนี้ขาดแคลนมาก โดยหลักสูตรพัฒนาครูสอนร้องเพลงมีระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี ค่าใช้จ่ายต่อหลักสูตรประมาณ 6 หมื่นบาท เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้เข้าเรียนประมาณ 400-500 คนต่อปี

นางสุวรรณา วังโสภณ กรรมการบริหาร บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า ผู้บริหารโรงเรียนสอนดนตรี “ยามาฮ่า” กล่าวว่า ปัจจุบันการจัดหาครูสอนดนตรีในรูปแบบของยามาฮ่าได้ค่อนข้างยาก ส่งผลให้การขยายสาขาโรงเรียนไม่ได้มาก แม้จะมีผู้รอลงทุนกว่า 50 รายทั่วประเทศ

บริษัทจึงได้จัดโครงการให้ทุนสนับสนุนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่สอนดนตรีทั่วประเทศ กว่า 20 แห่ง ตั้งแต่ปี 1-4 ตั้งงบประมาณไว้ปีละ 5 ล้านบาท โดยจะได้เข้ามาฝึกงานที่โรงเรียนดนตรียามาฮ่า เมื่อจบแล้วมีสัญญาเป็นครูอย่างน้อย 4 ปี

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวเชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในการสอนดนตรีได้ และจะส่งผลให้การขยายสาขาโรงเรียนดนตรียามาฮ่าทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งในปีหน้าตั้งเป้าเปิดเพิ่มอีก 12 แห่ง ให้ครบ 100 แห่ง และในปี 2555 เปิดเพิ่มเป็น 150 แห่ง

ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากโรงเรียนสอนดนตรี 20% จากรายได้รวม 1,000 ล้านบาท อีก 80% เป็นรายได้จากการจำหน่ายเครื่องดนตรี ซึ่งในอนาคตรายได้จากโรงเรียนจะเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทจะใช้กลยุทธ์เข้าสนับสนุนภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับดนตรีมากขึ้น โดยจากการสำรวจพบว่าช่วงที่มีการฉายภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับเรื่องดนตรีจะมียอดขายสินค้าเพิ่มขึ้น 10% ขณะที่จำนวนนักเรียนจะเพิ่มขึ้น 30-40% ทั้งนี้บริษัทจะเข้าสนับสนุนภาพยนตร์ด้านดนตรีอย่างน้อยปีละ 1 เรื่อง โดยใช้งบประมาณ 5 ล้านบาท จากงบตลาดรวม 30 ล้านบาทต่อปี

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก