
ศาลสั่งห้ามปิดเบอร์ลูกค้าพรีเพดลืมจ่าย
ศาลปกครองกลางสั่งค่ายมือถือห้ามตัดสัญญาณพรีเพด หากผู้ใช้ลืมเติมเงิน
ศาลปกครองกลางสั่งค่ายมือถือห้ามตัดสัญญาณพรีเพด หากผู้ใช้ลืมเติมเงิน
นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ว่าที่กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาให้รักษาการ กสทช. ให้ความเห็นชอบหรือกำหนดแบบสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่ ประเภทเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้า หรือ พรีเพด ที่ห้ามระงับสัญญาณ หากผู้ใช้บริการไม่ได้เติมเงินในเวลาที่กำหนด
ทั้งนี้ ข้อพิพาทดังกล่าว นายอนุภาพ ถิรลาภ ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ปฏิบัติหน้าที่ กสทช. ที่ละเลยต่อการทำหน้าที่ตามกฎหมาย โดยไม่พิจารณาแบบสัญญาการให้บริการโทรคมนาคมฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จ เพื่อบังคับใช้ให้เป็นไปตามกฎหมายมาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ส่งผลให้หมายเลข พรีเพดของผู้ร้องถูกกำหนดวันหมดอายุและถูกระงับการใช้บริการรวมถึงถูกยึดหมายเลขโทรศัพท์
อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่า กทช. ใช้เวลาในการพิจารณาแบบสัญญานานเกินสมควร คือใช้เวลามากกว่า 3ปี จึงมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ให้ปฏิบัติหน้าที่ กสทช. ดำเนินการให้ความเห็นชอบหรือกำหนดแบบสัญญาโทรศัพท์มือถือพรีเพดให้เสร็จภายใน 90 วัน
นพ.ประวิทย์ กล่าวว่า กสทช.ชุดใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่นั้นต้องเร่งพิจารณาแบบสัญญาให้เสร็จโดยเร็วหรือกำหนดแบบสัญญามาตรฐานขึ้น เพื่อช่วยคุ้มครองผู้บริโภคที่ร้องเรียนเรื่องการกำหนดวันหมดอายุโทรศัพท์ระบบพรีเพดได้หลังจากที่ผ่านมาผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือสามารถตัดสัญญาณ ผู้ใช้บริการได้ โดยอ้างว่าสัญญาฉบับใหม่ยังไม่มีผลบังคับใช้
นอกจากนี้ สิ่งที่ กสทช.ต้องให้ความสำคัญ คือ การตั้งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และออกหลักเกณฑ์เพื่อป้องกันการอาศัยโครงข่าย หรือการโฆษณา มาเอาเปรียบผู้บริโภคด้วยการค้ากำไรเกินควร เช่น การส่งเอสเอ็มเอสโฆษณารบกวน ก่อความเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 31 ที่ระบุว่า ต้องออกหลักเกณฑ์และห้ามบริษัทฝ่าฝืน หากฝ่าฝืนปรับเริ่มต้นไม่เกิน 5 ล้านบาท และ ปรับรายวันอีกไม่เกินวันละ1 แสนบาท
ขณะที่ผู้ได้รับเลือกเป็นกสทช.ทั้งหมด 11 ท่านได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งเดิมแล้ว หลังจากนี้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะส่งเอกสารทั้งหมดให้สำนักงานจะส่งให้สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นากยรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ







