posttoday
ไมเนอร์ใช้บัตรดึงภักดียี่ห้อ

ไมเนอร์ใช้บัตรดึงภักดียี่ห้อ

17 กันยายน 2554

ผนึก8แบรนด์แฟชั่นในเครือแจกรางวัลสู้ศึกราคาหวังปีหน้าได้แสนราย

ผนึก8แบรนด์แฟชั่นในเครือแจกรางวัลสู้ศึกราคาหวังปีหน้าได้แสนราย

ไมเนอร์ฯ เดินหน้าซีอาร์เอ็มผ่านบัตรไมเนอร์พลัส รวม 8 แบรนด์ สู้ศึกแฟชั่นแห่ตบเท้าเข้าไทย ลั่นปีหน้าสมาชิกทะลุ 1 แสนราย

ความคึกคักของตลาดแฟชั่นเครื่องแต่งกายในเมืองไทย นับวันยิ่งทวีอุณหภูมิความร้อนแรง จากการทยอยเปิดตัวของแฟชั่นแบรนด์ดังระดับโลกที่แห่เข้ามาประชันบนรันเวย์แฟชั่นไทยเพื่อชิงกำลังซื้อไทยที่สูงขึ้น รวมถึงใช้ไทยเป็นประตูสู่แฟชั่นภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน ล่าสุดท็อปแบรนด์แฟชั่น เช่น ยูนิโคล่ (Uniqlo) ญี่ปุ่น เปิดตัวไปเมื่อต้นเดือน ก.ย.

ผลดังกล่าว กลุ่มไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น ผู้บริหารแบรนด์แฟชั่นและสินค้า อาทิ บอสสินี, เอสปรี, ทูมี่, ชาร์ลส แอนด์ คีธ, สวิลลิง เจ.เอ.เฮงเคลส์, บลูม, สแมช บ็อกซ์ และเรด เอิร์ธ จึงหันมารุกกิจกรรมบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์ (ซีอาร์เอ็ม) เพื่อมัดใจลูกค้าและขยายฐานกลุ่มใหม่ให้มีความภักดีกับแบรนด์ยิ่งขึ้นด้วย “ไมเนอร์พลัส การ์ด”

นายไมเคิล บิงเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการบริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า หลังทดลองเปิดให้บริการบัตร “ไมเนอร์พลัส การ์ด” อย่างไม่เป็นทางการช่วง 12 วันที่ผ่านมา พบว่าได้การตอบรับดีจากกลุ่มสาวกแฟชั่นแบรนด์เนมในเครือไมเนอร์ โดยขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกบัตรแล้วร่วม 1.1 หมื่นคน คาดว่าหลังเปิดตัวบัตรอย่างเป็นทางการวันที่ 16 ก.ย.นี้แล้ว จะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นในสิ้นปีนี้ราว 6 หมื่นคน และปีหน้าคาดว่าสมาชิกจะทะลุ 1 แสนคน

สำหรับบัตรดังกล่าว เกิดจากการศึกษาพฤติกรรมเชิงลึกของลูกค้า (คอนซูเมอร์ อินไซด์) ที่ต้องการได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากกว่า โดยบริษัทได้พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “เดอะ อัลติเมต รีวอร์ด เอ็กซ์พีเรียนซ์” ประสบการณ์การรับรางวัลอย่างไร้ขีดจำกัด สำหรับการจับจ่ายซื้อสินค้าในเครือไมเนอร์ฯ ร่วมกันทั้ง 8 ยี่ห้อ ส่วนอีก 2 แบรนด์ที่เหลือคือ แบรนด์แฟชั่นแก็ปและเครื่องสำอางลินเนจนั้น อยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมเพื่อนำเข้าร่วมโปรแกรมบัตรไมเนอร์พลัสในอนาคต ที่รวมถึงอาจมีความเป็นไปได้ที่จะเข้าร่วมกับธุรกิจร้านอาหารแบรนด์ต่างๆ ในเครือไมเนอร์ กรุ๊ป ในอนาคตด้วย

จากปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยเริ่มเปลี่ยนไป นิยมการจับจ่ายซื้อสินค้าและพบปะสังสรรค์นอกบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะในศูนย์การค้า สอดรับกับกลุ่มเป้าหมายบัตรนี้ ที่เริ่มตั้งแต่กลุ่มคนวัยทำงานและกลุ่มครอบครัว ตั้งแต่ 20-50 ปี โดยมีรายได้ตั้งแต่ 1.5 หมื่น-1.5 แสนบาทขึ้นไป โดยบัตรสะสมคะแนนไมเนอร์พลัส การ์ด จะแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ไมเนอร์พลัส การ์ด โกลด์, ไมเนอร์พลัส การ์ด ซิลเวอร์ และ ไมเนอร์พลัส การ์ด คลาสสิค ซึ่งสมาชิกบัตรทุกประเภท จะได้รับบัตรกำนัล 500 บาท เพื่อต้อนรับเข้าสู่การเป็นสมาชิก

นายบิงเกอร์ กล่าวว่า จากปัจจุบันภาพรวมตลาดแฟชั่นในเมืองไทยมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายโปรโมชันลดราคาต่อเนื่องเกือบตลอดทั้งปี ซึ่งแตกต่างไปจากตลาดแฟชั่นประเทศอื่นในโลก อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่มีนโยบายตัดราคาทำตลาดสินค้าแฟชั่นเพื่อแข่งขันในตลาดลักษณะนี้ เนื่องด้วยแต่ละแบรนด์แฟชั่นในเครือมีจุดแข็งจากตำแหน่งทางการตลาด (โพสิชันนิง) ที่แตกต่างกันออกไปอยู่แล้ว

ขณะที่การเข้ามาของแบรนด์แฟชั่นใหม่ๆ อย่างยูนิโคล่นั้น มองว่าไม่กระทบกับสินค้าแฟชั่นแบรนด์ต่างๆ ในเครือไมเนอร์ เพราะมีกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่แตกต่างกันออกไป บริษัทยังมองเห็นโอกาสในการทำตลาดแฟชั่นในตลาดต่างจังหวัดอยู่อีกมาก จากการขยายตัวของศูนย์การค้าที่ทยอยเปิดสาขาใหม่ๆ ในต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา จากปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขาย 70% กทม. และ 30% ต่างจังหวัด

รวมถึงในช่วงปลายปีนี้ที่คาดว่าตลาดค้าปลีกรวมถึงแฟชันจะมีการเติบโตดี เนื่องจากเข้าสู่หน้าขาย และฤดูกาลท่องเที่ยว ที่จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาพักผ่อนในไทยมากขึ้น จากแผนการตลาดดังกล่าว รวมถึงการเปิดตัวบัตรไมเนอร์พลัสการ์ดบริษัทคาดว่าจะผลักดันให้สินค้าทั้ง 8 แบรนด์ ที่เข้าร่วมโปรแกรมดังกล่าว มียอดขายเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% และผลักดันให้ภาพรวมบริษัทมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 2 หลักในปีนี้

นับเป็นการออกโรงของแม่ทัพแฟชันเครือไมเนอร์ฯเป็นครั้งแรกในปี ที่หันมาโฟกัสการทำตลาดโดยตรงกับกลุ่มเป้าหมายแฟนพันธุ์แท้และกลุ่มใหม่ เพื่อรักษาพื้นที่ยอดขายในตลาดแฟชันไม่ให้เพลี่ยงพล้ำท่ามกลางการแข่งขันในตลาดแฟชันที่ร้อนแรงในขณะนี้

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก