
‘ไทยเครดิต-ไอแบงก์’เจอตอ
ธปท.สกัดแผนขยายสินเชื่อสร้างตัวให้คุมเข้มปล่อยกู้ลูกหนี้สุ่มเสี่ยง
ธปท.สกัดแผนขยายสินเชื่อสร้างตัวให้คุมเข้มปล่อยกู้ลูกหนี้สุ่มเสี่ยง
ธปท.สกัดแผนขยายฐานสินเชื่อ “ไทยเครดิตธนาคารอิสลามฯ” ที่เปิดโอกาสให้คนติดบัญชีดำมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงิน
แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่สั่งการสถาบันการเงินทุกแห่งให้ความสำคัญในการตรวจสอบการให้สินเชื่อในลักษณะที่เล็งเห็นว่าจะเรียกคืนไม่ได้ เช่น สินเชื่อที่ให้แก่บุคคลที่ศาลสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ บุคคลที่ถูกฟ้องบังคับชำระหนี้และไม่มีทรัพย์สินพอที่จะยึดมาชำระหนี้ บุคคลที่มีฐานะการเงินไม่มั่นคง รายได้ต่ำจนไม่น่าเชื่อว่าจะชำระหนี้ได้นั้น กระทบกับธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ที่มีโครงการปล่อยกู้และรับรีไฟแนนซ์สินเชื่อแม้ลูกค้าจะมีรายชื่อติดเครดิตบูโร แต่ธนาคารพาณิชย์ในระบบนั้นไม่กระทบ
“2 ธนาคารขนาดเล็กที่กำลังสร้างฐานสินเชื่อ ถือว่าเจอตอเข้าอย่างจัง” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายมงคล ลีลาธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย กล่าวว่า ระเบียบใหม่ของ ธปท.จะไม่ส่งผลต่อแผนธุรกิจของธนาคารที่เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่เคยมีประวัติหรือติดแบล็กลิสต์มาก่อน เนื่องจากปัจจุบันธนาคารคำนึงถึงความสามารถในการผ่อนชำระในปัจจุบันและอนาคตเป็นหลักอยู่แล้ว ไม่ได้นำความเสี่ยงในอดีตมาพิจารณาด้วย เพราะต้องการให้โอกาสลูกค้ารายย่อย แต่ก็ได้พัฒนาระบบเครดิตสกอริงของตัวเองขึ้นมาด้วย
“เรามีลูกค้ากลุ่มที่เคยมีประวัติไม่ดีอยู่ประมาณ 15% ของฐานสินเชื่อ ซึ่งจากการทำมา 3-4 ปีก็ยังไม่พบปัญหา ระเบียบที่ออกมาถือว่าเป็นประโยชน์โดยรวมต่อระบบสินเชื่อ แต่เรื่องนี้จะไม่กระทบต่อแผนธุรกิจของธนาคาร เราจะเดินหน้าทำต่อไป” นายมงคล กล่าว
ทั้งนี้ ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย มีฐานสินเชื่อร่วม 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่ธนาคารอิสลามฯ นั้นได้เปิดรีไฟแนนซ์ลูกหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อบ้านเพื่อสร้างโอกาสให้กับลูกค้าไปกว่า 7,000 ล้านบาท
นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องออกประกาศมากำชับให้ธนาคารพาณิชย์ตรวจสอบดูแลสินเชื่อที่มีลักษณะอาจจะเรียกคืนหนี้ไม่ได้ เพราะต้องการแก้ไขประกาศให้ชัดเจนมากขึ้น จากเดิมที่ห้ามไม่ให้ปล่อยกู้กับลูกค้ากลุ่มนี้ แต่ปัจจุบัน ธปท.ได้เปิดให้ธนาคารใช้วิจารณญาณในการปล่อยกู้เอาเอง เพราะเห็นว่าธนาคารมีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดีขึ้น มีการระมัดระวัง บริหารความเสี่ยงได้ดีอยู่แล้ว แต่ก็รู้สึกเป็นห่วงในเรื่องคุณภาพหนี้
“การออกประกาศมาในช่วงนี้เราไม่ได้ต้องการส่งสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว จึงได้ห่วงหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ว่าจะเพิ่มขึ้น เราไม่ได้มองมุมนั้น และก็ไม่ได้ห่วงว่าการแข่งขันรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่ปัจจุบันธนาคารต่างๆ แข่งขันกันสูงจะสร้างปัญหา เราทำเพื่อการป้องปรามให้มีการระมัดระวังมากกว่า” นายเกริก กล่าว







