posttoday
จีนสนใจลงทุนกิจการพลังงานทดแทน

จีนสนใจลงทุนกิจการพลังงานทดแทน

16 กันยายน 2554

วรรณรัตน์ เผยนักลงทุนจีนสนใจลงทุนไทยในกิจการพลังงานทดแทน ด้านบีโอไอชี้โครงสร้างราคาน้ำมันในปัจจุบันและกฎหมาย ยังเป็นอุปสรรคต่อนักลงทุนจีน

วรรณรัตน์ เผยนักลงทุนจีนสนใจลงทุนไทยในกิจการพลังงานทดแทน ด้านบีโอไอชี้โครงสร้างราคาน้ำมันในปัจจุบันและกฎหมาย ยังเป็นอุปสรรคต่อนักลงทุนจีน

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการเข้าพบนายกว่าน มู่ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ว่า ในปีนี้นักลงทุนจีนสนใจเข้ามาลงทุนในเมืองไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในกิจการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทน รวมถึงด้านการค้าก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตลอดมา

“มีนักลงทุนจีนเข้ามาตั้งโรงงานผลิตเอทานอลในไทย 2 โรง ที่จังหวัดอุบลราชธานี มูลค่าการลงทุนโรงละ 7,000 ล้านบาท โดยใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบ” น.พ.วรรณรัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ ในวันที่ 21 ก.ย.นี้ ไทยจะเป็นเจ้าภาพร่วมจัดนิทรรศกาล ไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล เอสเอ็มอี แฟร์ 2011 ครั้งที่ 8 โดยน.พ.วรรณรัตน์ จะเป็นผู้นำคณะผู้ประกอบการไทยไปออกงานแสดงสินค้ากว่า 200 บูธ รวมถึงมีเอสเอ็มอีจากทั่วโลกมาร่วมงาน ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการไทยจะได้ทำธุรกิจกับจีน รวมถึงกระทรวงอุตสาหกรรมจะใช้โอกาสนี้ในการเชิญชวนนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในเมืองไทยด้วย

นายส่งศักดิ์ ลิมบานเย็น รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า นักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนโรงงานผลิตเอทานอลตั้งแต่ 1-2 ปีที่แล้ว โดยแนวโน้มการลงทุนในขณะนี้หากโครงสร้างราคาพลังงานยังเป็นเหมือนในปัจจุบัน นักลงทุนจีนคงไม่เห็นด้วยที่จะมาลงทุนในกิจการผลิตเอทานอลต่อ เพราะโครงสร้างราคาดังกล่าวทำให้ราคาแก๊สโซฮฮล์และราคาน้ำมันเบนซินใกล้เคียงกัน ความต้องการใช้เอทานอลในประเทศก็จะไม่เกิด และถ้าผลิตเอทานอลมาแล้วบริษัทน้ำมันไม่รับซื้อโรงงานจะประสบปัญหาได้

ขณะเดียวกันในกิจการพลังงานทดแทน นักลงทุนจีนยังสนใจที่จะเข้ามาลงทุนผลิตแผงโซลาร์เซล และกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าในไทย เนื่องจากจีนมีเทคโนโลยีอยู่แล้ว โดยตอนนี้ยังไม่ได้เข้ามาตั้งโรงงาน แต่จะเริ่มจากการขายของให้ไทยก่อน และมาตั้งศูนย์บริการซ่อมในเมืองไทย ส่วนการที่ยังไม่เข้ามาลงทุนนั้น เพราะยังติดปัญหาทางด้านกฎหมายต่างด้าว ที่กำหนดให้ไทยเป็นผู้ถือหุ้นข้างมาก เนื่องจากจีนไม่ต้องการถ่ายทอกเทคโนโลยีให้นักลงทุนไทยที่ร่วมทุน จึงยังไม่ตัดสินใจเข้ามาลงทุน

ขณะที่การลงทุนในกิจการยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ มีนักลงทุนจีน 2-3 ราย แสดงความสนใจเข้ามาลงทุนผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยสนใจเข้ามาตั้งโรงงานประกอบ แต่ยังติดปัญหาเช่นเดียวกัน คือ กฎหมายขนส่งไทยยังไม่รองรับประเภทเชื้อเพลิงที่เป็นพลังงานไฟฟ้า ทำให้รถยนต์ที่ผลิตขายไม่สามารถไปขอติดทะเบียนได้ เมื่อผลิตมาจึงคาดว่าจะยังไม่มีใครซื้อ ซึ่งทางบีโอไอก็พยายามชักชวนจีนให้เข้ามาลงทุนในเมืองไทยและส่งสินค้าไปขายในอาเซียน

ส่วนด้านชิ้นส่วนยานยนต์ หากมาลงทุนในไทยจีนต้องการเข้ามาตีตลาดในประเทด้วย นอกเหนือจากการผลิตเพื่อส่งออก แต่จีนไม่ต้องการที่จะเข้ามาแข่งขันกับผู้ผลิตจากญี่ปุ่น ที่มีฐานมั่นคงอยู่แล้ว จุดนี้จึงยังเป็นอุปสรรคของธุรกิจจีนอยู่

สำหรับการขอรับส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนจีนผ่านบีโอไอตั้งแต่เดือนม.ค.-ก.ค. 2554 มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 22 โครงการ มูลค่ารวม 2.43 หมื่นล้านบาท โดยจำนวนโครงการมากกว่าปีก่อน 5 โครงการ ที่มีจำนวนโครงการ 17 โครงการ ส่วนมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2 เท่าตัว ที่มีมูลค่า 7,120 ล้านบาท 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก