posttoday
นัยสำคัญหลังจากธนาคารของฝรั่งเศสถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ

นัยสำคัญหลังจากธนาคารของฝรั่งเศสถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ

15 กันยายน 2554

สวัสดีครับทุกท่าน บทความในสัปดาห์นี้เป็นเรื่องต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว

สวัสดีครับทุกท่าน บทความในสัปดาห์นี้เป็นเรื่องต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว

โดย..สุกิจ อุดมศิริกุล

ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับปัญหาหนี้ในยุโรปซึ่งมีความซับซ้อนและกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่องในเดือนนี้

ทั้งนี้ วานนี้ธนาคารในฝรั่งเศส 2 แห่ง ได้แก่ ธนาคารโซซิเอเต เจนเนอรัล และธนาคารเครดิต อากริโคล ถูก Moody’s ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้และเงินฝากลง 1 ขั้น โดยมีแนวโน้มในเชิงลบ เนื่องจากธนาคารทั้งสองแห่งมีเงินลงทุนในพันธบัตรของประเทศกรีซ ส่วนธนาคารของฝรั่งเศสอีกแห่งหนึ่งคือ บีเอ็นพี พาริบาส์ ยังอยู่ระหว่างการทบทวน ซึ่งมีโอกาสที่จะถูกปรับลดได้ในอนาคต

สำหรับผมคิดว่าการลดอันดับความน่าเชื่อถือของ Moody’s ในครั้งนี้ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของตลาดการเงิน เนื่องจาก Moody’s ได้เคยเตือนมาก่อนหน้าแล้วในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดยหากสังเกตจากระดับค่าประกันความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ล่าสุดของธนาคารทั้งสามแห่ง จะเห็นได้ว่าเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับที่สูงกว่าปี 2008 อย่างมาก สะท้อนว่าตลาดการเงินวิตกในเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะธนาคารโซซิเอเต เจนเนอรัล เนื่องจากระดับของค่าประกันความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับสูงสุด ในขณะที่ของเครดิต อากริโคล และบีเอ็นพี พาริบาส์ ใกล้เคียงกัน

สำหรับอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารโซซิเอเต เจนเนอรัล และธนาคารเครดิตอากริโคล หลังจากถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลง 1 ขั้นแล้ว อยู่ที่ระดับ Aa3 และ Aa2 ทั้งนี้อันดับความน่าเชื่อถือยังคงถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่า Investment Grade มาก เนื่องจากอยู่ห่างจากระดับ Aaa ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเพียง 3 และ 2 ขั้นตามลำดับ (เรียงลำดับตาม Aaa, Aa1, Aa2 และ Aa3) และห่างจากระดับ Junk ถึง56 ขั้น

อย่างไรก็ตาม นัยสำคัญของการถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือในครั้งนี้อยู่ที่ผลกระทบต่อการระดมทุนในระยะสั้นของธนาคารทั้งสองแห่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดการเงินกังวลมากที่สุด เนื่องจากหากธนาคารทั้งสองแห่งไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ หรือมีต้นทุนเงินกู้ที่สูงเกินจริง อาจส่งผลให้ประสบกับปัญหาการขาดสภาพคล่องในระยะสั้น อย่างที่เกิดขึ้นกับ Lehman Brothers มาแล้ว ซึ่งผลต่อเนื่องคือการขายสินทรัพย์ที่ถืออยู่เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับตัวเอง ซึ่งหมายถึงหุ้นและพันธบัตรในพอร์ตการลงทุน ดังนั้นราคาหุ้นและราคาพันธบัตรจึงมีโอกาสลดลงอย่างรุนแรงหากกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น

ในความเห็นส่วนตัวของผม คิดว่าอันดับเครดิตและฐานะทางการเงินของธนาคารฝรั่งเศสทั้งสามแห่งยังคงแข็งแกร่ง คือ มีเงินกองทุนขั้นที่ 1 สูงกว่า 10% ดังนั้นหากจะเกิดปัญหาในการระดมทุนนั้นคงเป็นเพียงระยะสั้น และที่สำคัญที่สุด ธนาคารกลางยุโรปและธนาคารกลางสหรัฐ ยังคงเป็นแหล่งเงินทุนแหล่งสุดท้ายที่พร้อมจะให้เงินกู้ทุกเมื่อ ดังนั้นจึงไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่คล้ายกับ Lehman Brothers ในช่วงนี้

สำหรับการลดลงของตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้นั้น ผมประเมินว่าเป็นเรื่องปกติ และยังไม่เข้าขั้นวิกฤต เนื่องจากสถานการณ์ในยุโรปมีความไม่แน่นอนหลายประการ แต่สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงปลายสัปดาห์นี้ถึงสัปดาห์หน้านั้น ผมประเมินว่ามีโอกาสที่ตลาดจะฟื้นตัวได้ เนื่องจากผมประเมินว่ากรีซจะได้รับเงินกู้งวดที่ 6 มูลค่า 8,000 ล้านยูโร เนื่องจากคาดว่าทางกรีซและเจ้าหนี้จะสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับแผนการลดหนี้ของกรีซ เพราะผมมองไม่เห็นทางเลือกของกรีซในขณะนี้มากนัก ส่วนปัญหาหนี้ที่เป็นปัญหาเรื้อรังของกรีซนั้น คงต้องพยายามเดินหน้าปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซให้ประสบความสำเร็จให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งกรณีหลังนี้ผมเชื่อว่านายกรัฐมนตรีเยอรมนีคงพยายามอยู่

ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวของผมเองนะครับ

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก