
ลุงเบนกับปู่จอร์จ
คุณปู่ George Soros ฟันธงใน New York Times ว่า
คุณปู่ George Soros ฟันธงใน New York Times ว่า
โดย..วรววณ ธาราภูมิ
“การที่ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ไม่มีอำนาจพอ ทำให้วิกฤตในครั้งนี้มีสิทธิย่ำแย่กว่าเมื่อปี 2008 เอามากๆ”
ปู่จอร์จ บอกว่า ยุโรปต้องการ 3 สิ่งนี้ 1.ECB ต้องมีอำนาจตัดสินใจ 2.ต้องมี Euro Bond 3.ต้องมีกลไกที่เปิดให้บางประเทศที่ล้มเหลวออกไปจากกลุ่มยูโรได้
ปู่จอร์จคนนี้เคยขย่มประเทศไทยและคนไทยที่ต้องเปิดท้ายขายของจนแบนแต๊ดแต๋ในช่วงต้มยำกุ้ง
แต่ปู่ก็วิเคราะห์และมีมุมมองที่เข้าท่ามาก
อา...และแล้ว ลุงเบน เบอร์แนนคีย์ ของเราก็มา แหม...กำลังคิดถึงเชียว ลุงเบน บอกกับ CNBC ว่า วิกฤตในยุโรปสามารถ “จัดการได้” ลุงใช้คำว่า “Manageable”
ฮ่าๆๆๆ กลับไปจัดการประเทศของตัวเองให้ได้ก่อนเหอะ ลุงเอ๊ย หากจำไม่ได้ว่าลุงเบนเคยพูดยังไงในปลายปี 2007 จะเล่าให้ฟังนิ้ดส์...นึง
ประโยคอมตะของลุงเบนในช่วงต้นๆ วิกฤต Subprime คือ “วิกฤตนี้จะจำกัดวงแคบ ผมไม่เคยเห็นวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่ลามไปทั่วอเมริกา” ลุงแกว่าประมาณนี้ละ และแกใช้คำว่า “Contained” และวันนั้น วันที่ลุงพูด ก็เป็นวันเริ่มต้นของวิกฤตที่ในที่สุดก็ลุกลามไปไกลเกินกว่าที่ลุงเบนบอกว่า Contained หรือจำกัดวง
เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ลุงเขียนบันทึกส่งสภาคองเกรสว่า “สุทธิแล้วธนาคารต่างๆ ในสหรัฐมีการปล่อยกู้ ซื้อพันธบัตร จากกรีซ ไอร์แลนด์ และโปรตุเกสเกือบ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จำนวนแค่เนี่ยเอง เมื่อเทียบกับทุนของธนาคารต่างๆ แล้วมันจัดการได้ (Manageable)” มาวันนี้ลุงก็บอกว่าวิกฤตหนี้ที่ยุโรปมันจัดการได้ (Manageable) เอาอีกแล้วนะลุง ไม่เข็ดสักที
ลุงกำลังมองยุโรปวันนี้เหมือนมองอเมริกาในวันนั้นเปี๊ยบ วันที่เพิ่งเกิดวิกฤต Subprime และลุงก็จะมองผิดอีกครั้ง อาจจะจริงของลุงนะที่ว่าปัญหาที่ยุโรปมันสามารถจัดการได้ เพราะในใจ ลุงเบน มีแต่ปั๊มเงินๆๆๆ แบบอเมริกันคลาสสิกโมเดล แต่ยุโรปไม่เหมือนกับอเมริกา การมองยุโรปด้วยความยึดติดในรูปแบบและเงื่อนไขของอเมริกามันไม่ถูกต้อง
ความจริงลุงลืมเติมคำท้ายไป ต้องพูดใหม่ว่า ปัญหาในยุโรปถูกจัดการได้ “อย่างห่วยชะมัดยาดเลย“ ต่างหากเล่า
เฮ้อ ลองดูผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสิ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ให้ 2% พันธบัตรรัฐบาลกรีซ อายุ 2 ปี ให้ 50%+ พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี อายุ 10 ปี ให้ 1.85% พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น อายุ 10 ปี ให้ 0.99%
นี่มันผิดปกติเอามากๆ เลย ใช่ไหม มันบอกว่ายุโรปกำลังจะ “เปรี๊ยะๆ เพล้ง” แล้ว กรีซก่อนละ และประเทศอื่นก็จะตามไป ความกดดันที่รัฐบาลโดยเฉพาะเยอรมนีจะได้รับหากไปช่วยอุ้มกรีซและประเทศลูกหมูอื่นๆ มันน่าจะถึงขั้น Social Unrest เลยทีเดียว แม้ศาลจะตัดสินว่าปล่อยกู้อุ้มคนอื่นมันไม่ผิด แต่หากอุ้มอีก ผลการเลือกตั้งใหม่จะเป็นไง เพราะคนกำลังยัวะสุดขีดที่รัฐบาลคุณป้า Angela Merkel เอาเงินเขาไปอุ้มเจ้าลูกหมูตัวขี้เกียจสุดๆ และชอบกินแรงคนอื่นอย่างกรีซไว้ และประเทศอื่นๆ อย่างฝรั่งเศสก็ทำได้ลำบากเช่นกัน
เราน่าจะได้พบความผันผวนสุดๆ ในทุกตลาด ในทุกประเภทการลงทุนกันทุกวันละ มีข่าวดีอะไรเหมือนขอนไม้ลอยมาตลาดหุ้นก็จะเด้งขึ้น ทองคำก็จะตกลง พอมีข่าวร้าย หุ้นจะลง ทองคำจะขึ้น แล้วก็จะวนเวียนแบบนี้ไปเรื่อยๆ เพราะยังทำใจรับความจริงไม่ได้ว่า The Great Correction มันกำลังจะมาถึง
คนที่รับความผันผวนรายวันขนาด + หรือ – ได้ถึง 5% ต่อวันไม่ได้ หัวใจจะวาย ก็ขอแนะนำให้ออกไปจากตลาดซะ เอาเงินไปฝาก ไปซื้อกองทุนตราสารหนี้ที่ห่างไกลจากความเสี่ยงในต่างประเทศก่อนก็ได้ แต่คนที่รับได้และมีแนวทางลงทุนระยะยาวอยู่แล้วโดยลงทุนทุกเดือน ก็น่าจะรักษาสัดส่วนการลงทุนที่กระจายสินทรัพย์ที่เหมาะกับตัวเราไว้
เหตุการณ์อย่างนี้น่าเรียนรู้เอาไว้ให้มาก แม้จะไม่รู้ว่ามันจะจบอย่างไร







