posttoday
ปลายสัปดาห์มีรีบาวด์...ก่อนรู้ผลประชุมเฟด

ปลายสัปดาห์มีรีบาวด์...ก่อนรู้ผลประชุมเฟด

15 กันยายน 2554

หุ้นไทยปรับตัวลงมาแรงจากความกังวลเรื่องกรีซที่มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้

หุ้นไทยปรับตัวลงมาแรงจากความกังวลเรื่องกรีซที่มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้

โดย..พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ 

หลังจาก รมช.คลังกรีซ ออกมายอมรับว่ารัฐบาลมีเงินใช้บริหารประเทศถึงเดือนหน้าเท่านั้น เป็นการพูดเพื่อแสดงให้เห็นถึงความต้องการเงินกู้รอบใหม่ต่อเจ้าหนี้ ในขณะที่ความกังวลของหุ้นในกลุ่มธนาคารยุโรปต่อผลขาดทุนในการถือพันธบัตรกรีซเพิ่มขึ้น หลังจากที่มีข่าวว่ามูดี้ส์ประกาศลดอันดับเครดิตธนาคารในฝรั่งเศสขนาดใหญ่ 3 แห่งลง แต่ออกมาจริงปรับลดลงเพียง 2 แห่ง แห่งละ 1 ขั้นเท่านั้น โดยความกังวลหลักเรื่องยุโรปยังเป็นปัจจัยที่กดดันตลาดให้ปรับตัวลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา และนักลงทุนต่างชาติยังคงเป็นผู้ขายสุทธิต่อเนื่อง

ทิศทางในสัปดาห์นี้คาดว่าทิศทางตลาดในช่วงปลายสัปดาห์จะมีช่วงรีบาวด์สั้นได้หลังจากลงแรง เนื่องจากเชื่อว่านักลงทุนส่วนหนึ่งจะเข้ามาเก็งกำไรก่อนที่จะรู้ผลการประชุม FOMC ในวันอังคารและพุธนี้ ที่อาจจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ (แม้ว่าเราประเมินว่าเฟดจะไม่ออกมาตรการที่รุนแรงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐไม่ได้แย่อย่างที่ตลาดกังวล นอกจากภาคแรงงานเท่านั้น)

ในขณะที่ผลการประชุมระหว่าง รมว.คลังสหรัฐ และรัฐมนตรีคลังในยุโรปในวันศุกร์นี้ หากมีข้อสรุปที่ชัดเจนจะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นได้ในต้นสัปดาห์หน้า ส่วนด้านกรีซในเบื้องต้นเราประเมินว่ากรีซจะยังไม่ผิดนัดชำระหนี้ในรอบนี้ เนื่องจากทางยูโรโซนยังไม่ได้มีมาตรการอย่างเป็นรูปธรรมในการจัดการกับประเทศที่มีการผิดนัดชำระหนี้ โดยหากปล่อยให้กรีซผิดนัดชำระหนี้โดยการไม่ให้กู้ยืมเงิน จะส่งผลลบร้ายแรงต่อประเทศในกลุ่มยูโรโซนมากกว่า

ด้านสหรัฐแม้ว่าเราจะประเมินว่าจะมีแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นเข้ามาก่อนที่จะมีการประชุม FOMC แต่คาดว่า FOMC อาจจะไม่ได้มีนโยบายที่เข้มข้นในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยการเพิ่มเวลาในการประชุมจากเดิม 1 วัน เป็น 2 วัน แสดงให้เห็นว่าเฟดอาจกำลังหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหมาะสมกว่าการทำ QE เนื่องจากปัญหาของเศรษฐกิจสหรัฐในตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่สภาพคล่อง โดยการทำ QE นั้นปกติทำเพื่อเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ ซึ่งปัญหาในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องสภาพคล่องอย่างที่เคยเกิดขึ้นในการทำ QE1 และ QE2 ฉะนั้นการทำ QE อาจจะไม่ใช่การแก้ที่ถูกต้อง แต่ยิ่งกลับเพิ่มความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อให้มากยิ่งขึ้น

หากพิจารณาจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ผ่านมาพบว่าไม่ได้แย่มาก ISM Services ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 80% ของระบบเศรษฐกิจตัวเลขออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขึ้นมาอยู่ที่ 53.3 จุด จากที่ตลาดคาดไว้ที่ 51 จุดเท่านั้น ปัญหาของสหรัฐอยู่ที่ภาคแรงงาน ซึ่งเป็นปัญหาของประเทศที่พัฒนาแล้วที่อัตราการว่างงานจะสูงกว่าปกติ ทำให้ประเมินว่าเฟดอาจจะไม่ได้มีนโยบายที่เพิ่มสภาพคล่องจากความเสี่ยงของเงินเฟ้อ แต่จะเน้นด้านเศรษฐกิจที่แท้จริงมากกว่า หรืออาจจะเป็นลักษณะของการเตรียมพร้อมที่จะออกมาตรการก็ได้

ภาพโดยรวมประเมินว่าตลาดยังคงมีความผันผวนสูง โดยหากเฟดไม่ได้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่ตลาดคาดหวังไว้ในระดับที่มากพอ อาจจะทำให้มีแรงเทขายทำกำไรออกมาอีกรอบ ซึ่งต้องติดตามต่อว่าประเทศในกลุ่มยูโรโซนจะมีวิธีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องการระดมเงินทุนจากการออกยูโรบอนด์ ในขณะที่ปลายเดือนนี้ต้องติดตามว่ารัฐสภาของเยอรมนีจะอนุมัติการขยายขนาดของกองทุน ESFS หรือไม่ เพื่อใช้ในการซื้อพันธบัตรในประเทศที่มีปัญหาหนี้ ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไม่อยู่ในระดับสูงเกินไป และไม่เป็นการเพิ่มต้นทุนของประเทศที่มีปัญหาหนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ซื้อเก็งกำไร หลังจากที่สัปดาห์ก่อนแนะนำให้ขายลดพอร์ตที่บริเวณ 1,075 จุด ไปเป็นการซื้อสั้นๆ เพื่อรอขายในช่วงวันอังคารหรือพุธ หากเฟดไม่ได้มีมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่ตลาดคาดหวังไว้ แต่ยังคงแนะนำให้ซื้ออ่อนตัวลงเก็งกำไรหุ้นที่มีประเด็นบวกภายในจากมาตรการของรัฐบาลในกลุ่มบ้านและยานยนต์ รวมถึงสถาบันการเงินที่ประกอบธุรกิจเช่าซื้อที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาษีรถยนต์

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก