
เอสแอนด์พีตะลุยเปิดต่างแดน
เอสแอนด์พี รับอานิสงส์แกงมัสมั่นดันร้านอาหารไทยขึ้นที่ 1 ต่างแดน เร่งปั้น 7 แบรนด์บุกยุโรปจีน วาด 5 ปี ยอดขายแตะ 2,000 ล้านบาท
เอสแอนด์พี รับอานิสงส์แกงมัสมั่นดันร้านอาหารไทยขึ้นที่ 1 ต่างแดน เร่งปั้น 7 แบรนด์บุกยุโรปจีน วาด 5 ปี ยอดขายแตะ 2,000 ล้านบาท
นางเกษสุดา ไรวา ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสแอนด์พี โกลเบิล ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารไทย 7 แบรนด์ในต่างประเทศ เปิดเผยว่า หลังจากเมนูมัสมั่นจากประเทศไทยได้รับการจัดอันดับจากซีเอ็นเอ็น ให้เป็นเมนูอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก ส่งผลให้อาหารไทยในต่างประเทศเป็นที่รู้จักมากขึ้น นอกเหนือจากต้มยำกุ้ง และผัดไทย ที่ครองความนิยมมากว่า 10 ปี โดยปัจจุบันร้านอาหารไทยในยุโรปได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับร้านอาหารจากประเทศต่างๆ
ปัจจุบัน บริษัทเปิดร้านอาหารไทยแบรนด์ PATARA, THAIPATIO, THAI, SIAM Kitchen และ Bangkok Jam รวม 21 สาขาใน 7 ประเทศ คืออังกฤษ, สวิสเซอร์แลนด์, ออสเตรีย, สิงคโปร์,ไต้หวัน, ฟิลิปปินส์ และจีน โดยล่าสุดได้เปิดแบรนด์ใหม่ คือ SUDA สาขาแรกในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา เน้นบริการอาหารไทยจานเดียวภายใต้สูตรของเอสแอนด์พี อาทิ แกงมั่สมั่นแกะั, เนื้อ เป็นต้นซึ่งเป็นไปตามแผนการขยายธุรกิจต่างประเทศภายใน 5 ปี (2553-2557) ที่จะใช้ร้าน SUDA เป็นรูปแบบหลักในการขยายร้านอาหาร ซึ่งบริษัทมองเห็นโอกาสจากภาวะเศรษฐกิจในยุโรปที่ชะลอตัว เพราะอาคารทำเลดีๆ ในยุโรปที่ให้เช่าหรือซื้อมากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ตั้งสำนักงานตัวแทนในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีนเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขยายร้านอาหารไทยมากขึ้น จากปัจจุบันเปิดร้านภัทรา 1 สาขา รวมทั้งวางแผนเปิดร้านอาหารไทยแบรนด์ใหม่เพิ่ม ส่วนอนาคต ด้วย เพื่อผลักดันธุรกิจตามแผนทั้งการรักษาฐานร้านอาหารภัทรา และการสร้างศักยภาพในการทำตลาดสินค้าอาหารแช่แข็ง, พร้อมทาน, เบเกอรีฯลฯ ของเอสแอนด์พี จากปัจจุบันพบว่ากำลังซื้อผู้บริโภคชาวจีัน มีัอัตราเติบโตปีละ 15% ปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโต 12% จาก 700 ล้านบาทในปีก่อน และคาดว่าจากแผน 5 ปีที่วางไว้ จะมียอดขาย 2,000 ล้านบาทจากปัจจุบันบริษัทเอสแอนด์พีซินดิเคท มียอดขายภายในประเทศ ในปีัที่ผ่านมาอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท







