posttoday
‘เดลต้า’กำไรวูบพันล.

‘เดลต้า’กำไรวูบพันล.

15 กันยายน 2554

เดลต้า อิเลคโทรนิคส์ หั่นเป้ากำไรปีนี้ลง 1,000 ล้าน หลือ 3,000 ล้าน มาร์จินหด จุกสึนามิ สหรัฐยุโรป หวังปีหน้าปกติ

เดลต้า อิเลคโทรนิคส์ หั่นเป้ากำไรปีนี้ลง 1,000 ล้าน หลือ 3,000 ล้าน มาร์จินหด จุกสึนามิ สหรัฐยุโรป หวังปีหน้าปกติ

นายอนุสรณ์ มุทราอิศ กรรมการบริหาร บริษัท เดลต้า อิเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA เปิดเผยว่า บริษัทลดเป้ากำไรปีนี้เหลือ 3,000 ล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะมีกำไร 4,000 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิน) ก็ลดลงเหลือ 21-22% จากเป้าเดิม 26%

‘เดลต้า’กำไรวูบพันล.

สาเหตุที่กำไรสุทธิลดลงจากเป้าหมายมาก มาจากสถานการณ์สึนามิที่ญี่ปุ่น เศรษฐกิจถดถอยที่สหรัฐและยุโรปได้ฉุดกำไรของบริษัทให้ลดลงมาก โดยคาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติปีหน้า

“เดิมบริษัทตั้งเป้าว่าจะมีกำไรสุทธิโตกว่าปีก่อน 10%” นายอนุสรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ ในปี 2553 บริษัทมีกำไรสุทธิ 4,152.57 ล้านบาท คิดเป็นกำไรหุ้นละ 3.33 บาท

ด้านผลงานครึ่งแรกปีนี้ DELTA มียอดขาย 1.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,304 ล้านบาท ลดลง 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้านนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า การที่เริ่มเห็นสหรัฐและยุโรปชะลอคำสั่งซื้อสินค้าหรือชะลอการรับมอบสินค้า เป็นการส่งสัญญาณผลกระทบระยะกลางกับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยที่ต้องได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า บจ.ไทยโดยเฉพาะกลุ่มส่งออกมีความแข็งแกร่งและสามารถปรับตัวได้เร็วเหมือนตอนเกิดวิกฤตเลห์แมน บราเธอร์ส ล้มปี 2551 เพราะมีการลดค่าใช้จ่าย การลดสัดส่วนส่งออก และเพิ่มกลยุทธ์กระจายความเสี่ยง

“แม้วิกฤตสหรัฐและยุโรปครั้งนี้ไม่รู้ว่าปัญหาจะลึกขนาดไหน แต่ก็ยังเชื่อว่าภูมิภาคเอเชียมีความแข็งแกร่งที่สุด ขณะเดียวกันตอนนี้ตลาดหกลักทรัพย์คงยังต้องสอบถามข้อมูล บจ.เป็นพิเศษ เพราะเชื่อว่าฝ่ายดูแล บจ.มีการหารือและเดินสายเยี่ยม บจ.ตลอดเวลาอยู่แล้ว” นายจรัมพร กล่าว

สำหรับนักลงทุน ก็ควรเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีการจ่ายปันผล ซึ่งแม้ราคาหุ้นจะปรับตัวลง แต่ก็เชื่อว่าระยะยาวต้องมีการฟื้นตัวขึ้น ขณะเดียวกัน ตลท.ยังมีการติดตามสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จิน) อย่างต่อเนื่อง และมองว่าปัจจุบันระดับมาร์จินทั้งระบบยังอยู่ในหลัก 3 หมื่นล้านบาท เท่ากับปี 2551 ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ไว้ใจได้ ตราบใดที่นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้กู้เงินคนอื่นมาลงทุนมาก็ถือว่าไม่น่าห่วง

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ นักเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า วิกฤตการเงินยุโรปมีความน่าเป็นห่วงมากกว่ากรณีสหรัฐที่เจอปัญหาการชะลอเศรษฐกิจ เนื่องจากยุโรปไม่มีอาวุธหรือเครี่องมือในการแก้ไขปัญหา แต่เชื่อว่าวิกฤตครั้งนี้จะไม่รุนแรงเท่ากับตอนเกิดวิกฤตเลห์แมน บราเธอร์ส และมีผลกระทบต่ออัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยไม่แรงเท่าปี 2551 ที่มีผลให้จีดีพีไทยลดลง 2% เนื่องจากประเทศไทยยังมีภูมิคุ้มกันด้านต่างๆ ได้ดี อาทิ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีนโยบายการเงินการคลังที่เข้มแข็ง เช่น ยังมีกรอบการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย มีทุนสำรองระหว่างประเทศที่สูง มีหนี้สาธารณะที่ต่ำ

“เรามีเครื่องมือที่ดี ทำให้มองว่าปีนี้จีดีพีไทยยังเติบโตได้ 4% และปี 2555 ปรับลงไม่แรง” นายเศรษฐพุฒิ กล่าว

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง