
สั่งแบงก์เข้มปล่อยกู้กลุ่มเสี่ยง
ธปท.สั่งธนาคารพาณิชย์ตรวจเข้มสินเชื่อปล่อยกลุ่มเสี่ยง ชี้ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่เหมาะสม
ธปท.สั่งธนาคารพาณิชย์ตรวจเข้มสินเชื่อปล่อยกลุ่มเสี่ยง ชี้ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่เหมาะสม
น.ส.พิมพา ถาวรายุศม์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศสั่งการให้ สถาบันการเงินทุกแห่ง ให้ความสำคัญในการการตรวจสอบการให้สินเชื่อในลักษณะที่เล็งเห็นว่าจะเรียกคืนไม่ได้ อาทิ บุคคลที่ศาลสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ บุคคลที่ถูกฟ้องบังคับชำระหนี้ และไม่มีทรัพย์สินพอที่จะยึดมาชำระหนี้ บุคลลที่มีฐานะการเงินไม่มั่นคง หรือมีความสามารถในการหารายได้ต่ำจนไม่น่าเชื่อว่าจะชำระหนี้ได้ บุคคลที่ไม่ปรากฏว่าประกอบธุรกิจแน่ชัด หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า ไม่ได้ประกอบธุรกิจจริงจัง และไม่ปรากฏว่ามีรายได้เพียงพอที่ชำระหนี้ได้ เป็นต้น
ดังนั้น ธปท.จึงขอให้สถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์เพิ่มความระวัดระวังในการปล่อยสินเชื่อให้กับคนกลุ่มนี้มากขึ้น และให้สถาบันการเงินต้องพิจารณาหรือวิเคาระห์สินเชื่อให้รอบคอบมากขึ้น ถ้าจะให้กู้แก่บุคคลเหล่านี้ ต้องมีผู้ค้ำประกันหรือมีหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าเหมาะสมมาค้ำประกันสินเชื่อด้วย โดยให้ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.ปีนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวเป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์ การให้สินเชื่อที่เข้าข่ายว่า จะมีลักษณะที่เล็งเห็นว่าจะเรียกคืนไม่ได้ โดยธปท.ต้องการให้สถาบันการเงินระมัดระวังรอบคอบการปล่อยกู้สินเชื่อกลุ่มนี้มากขึ้น เพื่อจะได้คำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับการให้สินเชื่อแก่บุคคลที่มีพฤติการณ์ที่ไม่อาจจะชำระหนี้ได้ หรือชำระหนี้ได้ยากให้ชัดเจนก่อนจะให้กู้ และต้องการให้สถาบันการเงินต้องมีการบริหารและดูแลความเสี่ยงที่ชัดเจนในเรื่องเอกสารหลักฐานของลูกหนี้ และผู้ค้ำประกัน ระมัดระวังไม่ให้เกิดการนำเอกสารหลักฐานของบุคคลอื่นมาขอหรือค้ำประกันสินเชื่อ และเพื่อไม่ให้เป็นสินเชื่อที่ประเมินราคาหลักทรัพย์ค้ำประกันเกิดมูลค่าที่แท้จริง
อย่างไรก็ตาม หากธปท. พบว่า สถาบันการเงินใดปล่อยสินเชื่อที่ส่อว่าจะเรียกคืนไม่ได้ อันอาจจะเกิดความเสี่ยงต่อสถาบันการเงินได้ในอนาคต ธปท.อาจจะสั่งให้สถาบันการเงินกันเงินสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรืออาจจะสั่งให้แก้ไขหรือระงับการให้สินเชื่อดังกล่าวก็เป็นได้







