posttoday
ส่งออกผัก-ผลไม้ไทยคืนชีพไปยุโรป

ส่งออกผัก-ผลไม้ไทยคืนชีพไปยุโรป

14 กันยายน 2554

รัฐปลื้มผลงานวางระบบอีแอลคุมโรงคัดบรรจุก่อนออกตลาด

รัฐปลื้มผลงานวางระบบอีแอลคุมโรงคัดบรรจุก่อนออกตลาด

รัฐฟุ้ง ผลงานสร้างมาตรการอีแอล หนุนส่งออกผัก ผลไม้ไทย หวนคืนตลาดอียูสำเร็จ

น.ส.เสริมสุข สลักเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากการที่กรมได้แก้ปัญหาส่งออกสินค้าผักสด 16 ชนิดของไทยไปยังสหภาพยุโรป (อียู) อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดมาตรการควบคุมพิเศษบัญชีรายชื่อหรืออีแอล โรงคัดบรรจุเพื่อส่งออกผักและผลไม้สดไปประเทศนอร์เวย์และสวิตเซอร์แลนด์

ล่าสุด หน่วยงาน Health and Consumer (DGSANCO) ของอียู แสดงความพอใจและยอมรับมาตรการอีแอลของไทย ซึ่งมีโรงคัดบรรจุผักและผลไม้ผ่านการตรวจประเมินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในระบบควบคุมพิเศษแล้ว จำนวน 5 บริษัท 6 โรงคัดบรรจุ ได้แก่ โรงคัดบรรจุของบริษัท สวิฟท์ มีพืชที่ผ่านการพิจารณา ได้แก่ พริก ผักชีฝรั่ง พริกขี้หนู มะเขือเปราะ มะเขือเหลือง กะเพรา และโหระพา โรงคัดบรรจุของบริษัท ไทยเวอลด์ อิมปอร์ต เอ็กซปอร์ต มีพืชที่ผ่านการพิจารณา 3 ชนิด คือ พริก มะเขือเปราะ และโหระพา

นอกจากนั้น ยังมีโรงคัดบรรจุของบริษัท เคอร์เน่อร์ อะโกร เอ็กซปอร์ต เซ็นเตอร์ พืชที่ผ่านการพิจารณามี 2 ชนิด ได้แก่ พริก และมะเขือเปราะ บริษัท อะกริ เฟร็ช มีพืชที่ผ่านการพิจารณา ได้แก่ กะเพรา โหระพา และพริก และโรงคัดบรรจุบริษัท เอเซีย เอ็กโซติก คอร์ปอเรชั่น พืชที่ผ่านการพิจารณา คือ พริกขี้หนู

ผู้ประกอบการทั้ง 5 บริษัทดังกล่าว สามารถส่งออกสินค้าผักสดไปยังอียูได้แล้ว ส่วนผู้ประกอบการรายอื่นก็สามารถส่งออกได้เช่นกัน แต่ต้องซื้อผักจากโรงคัดบรรจุที่อยู่ในระบบอีแอลแล้วเท่านั้น โดยต้องมีหนังสือรับรองสินค้าจากโรงคัดบรรจุด้วย เจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชจึงจะออกใบรับรองสุขอนามัยพืช หรือพีซีให้แนบไปกับสินค้าส่งออก

ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรได้เร่งประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการในวงกว้าง เพื่อขยายผลจัดทำระบบอีแอลในสินค้าพืชผักที่ส่งออกไปยังอียูเพิ่มเติม โดยเฉพาะผักกลุ่มเสี่ยงที่ถูกอียูเพิ่มระดับความเข้มงวดในการควบคุมการนำเข้า ได้แก่ ถั่วฝักยาว พืชตระกูลกะหล่ำ ผักชีไทย สะระแหน่ และขึ้นฉ่าย

ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยอยู่ระหว่างเร่งปรับตัวและพัฒนาเป็นรายพืชให้สอดคล้องกับข้อบังคับ โดยกรมจะเริ่มบังคับใช้ระบบอีแอลในสินค้ากลุ่มเสี่ยงตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2555

น.ส.เสริมสุข กล่าวว่า ภายหลังจากใช้มาตรการอีแอล ทำให้ปัญหาการตรวจพบศัตรูพืชหมดไป ไม่มีการแจ้งเตือนปัญหาดังกล่าว ขณะที่การแจ้งเตือนปัญหาสารเคมีปนเปื้อนก็ลดลงด้วย

หลังจากนี้จะเร่งส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงคัดบรรจุเข้าสู่ระบบอีแอลเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับข้อตกลงทางการค้าระหว่างไทยสหภาพยุโรป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพและความปลอดภัยให้ประเทศผู้นำเข้าปลายทาง 

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน