
สหรัฐ-ยุโรปขอยืดส่งของ
สะท้อนศก.โลกชะลออีกครั้งบี้กนง.ถก19ก.ย.ลดดอกเบี้ย
สะท้อนศก.โลกชะลออีกครั้งบี้กนง.ถก19ก.ย.ลดดอกเบี้ย
หวั่นเศรษฐกิจโลก ฉุดออร์เดอร์ หลังสหรัฐและยุโรป เริ่มขอชะลอส่งมอบโดยเฉพาะสินค้าแฟชั่น บี้ กนง.ลดดอก 19 ก.ย.
นายสมมาต ขุนเศษฐ เลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า วิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปเริ่มมีสัญญาณว่าจะชะลอตัวชัดขึ้น เนื่องจากล่าสุดลูกค้าจากประเทศดังกล่าวบางรายเริ่มขอให้ชะลอการส่งมอบสินค้าแล้ว 15-30 วัน โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่น เช่น เสื้อผ้า รองเท้า ซึ่งสะท้อนว่าเป็นสัญญาณอันตรายถึงเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวอีกครั้ง จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะกระทบคำสั่งซื้อหรือไม่
ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัว โดยมองหาตลาดใหม่เพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดสหรัฐและยุโรปที่ยังคงซบเซาต่อเนื่อง ซึ่งตลาดเป้าหมายใหม่หลัก ได้แก่ ตลาดอาเซียน และเอเชีย ที่ยังขยายตัวรวมถึงต้องปรับตัวออกไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ ทั้งในวัตถุดิบและค่าแรง เนื่องจากไทยอนาคตค่าแรงจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“เอกชนไทยต้องมองเรื่องไปลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะเพื่อนบ้าน แต่รัฐบาลต้องมีปัจจัยเอื้อทั้งเรื่องมาตรการด้านภาษี มาตรการด้านการเงิน ที่ขณะนี้มีข้อจำกัดมากในการลงทุน โดยเอกชนยังวิตกว่า ถ้าไปลงทุนแล้วจะนำเงินกลับมาจะมีปัญหาไหม โดยสิ่งเหล่านี้จะได้นำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป” นายสมมาต กล่าว
ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนเห็นว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะประชุมวันที่ 19 ต.ค.นี้ ควรพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากปัจจุบัน 3.5% ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของเศรษฐกิจประเทศและของโลก โดยเฉพาะวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและยุโรปที่คงยืดเยื้ออีก 12 ปี
ทั้งนี้ กนง.ไม่ควรส่งสัญญาณคงดอกเบี้ย แต่ควรจะปรับลดลง โดยภาคเอกชนมองว่าไม่ควรให้ดอกเบี้ยเกิน 2% เนื่องจากตอนนี้ดอกเบี้ยเป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจ เพราะการขึ้นดอกเบี้ยจะสร้างปัญหาให้กับคนที่กู้เงินอยู่แล้วมีต้นทุนเพิ่มมากขึ้น ส่วนคนกู้เงินใหม่ตอนนี้คงจะมีน้อยขึ้น และเชื่อว่าคงดอกเบี้ยไว้ประชาชนก็คงไม่ได้มากู้เงินเพิ่ม จนทำให้เงินเฟ้อสูง
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม กล่าวหลัง ส.อ.ท.เข้าพบว่า ทิศทางการดำเนินงานร่วมกันยังไม่ได้มีการหารือในรายละเอียด เนื่องจากขอเวลาดูเรื่องงบประมาณของกระทรวงอุตสาหกรรมอีกระยะหนึ่ง หลังจากนั้นจะประสานให้ ส.อ.ท.เข้าหารือปัญหาอุปสรรคอีกครั้ง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายให้สอดคล้องกับการจัดสรรงบกระทรวง
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า มารับทราบ นโยบายของภาครัฐ และนำเสนออุปสรรคของเอกชน เช่น ปัญหาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาเอสเอ็มอี ปัญหากฎหมาย และวันที่ 16 ก.ย.จะเข้าพบนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลังธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ปัญหาการลงทุน กฎหมาย รวมถึงปัญหาการใช้แรงงาน เป็นต้น โดยส.อ.ท.จะเดินหน้าพบนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลังในวันที่ 16 ก.ย.นี้ และและสัปดาห์หน้าจะพบกับ นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน







