posttoday
ไทยเบฟฯโค่น'เปปซี่'หวังใช้'เครือข่ายร้าน'ค้าชนซีพี

ไทยเบฟฯโค่น'เปปซี่'หวังใช้'เครือข่ายร้าน'ค้าชนซีพี

13 กันยายน 2554

หลังยืดเยื้อมานานกว่า 17 เดือน นับแต่วันแรกที่เกิดกระแสข่าว บริษัท เป๊ปซี่ โคล่า จากสหรัฐ

หลังยืดเยื้อมานานกว่า 17 เดือน นับแต่วันแรกที่เกิดกระแสข่าว บริษัท เป๊ปซี่ โคล่า จากสหรัฐ

เจ้าของน้ำอัดลมยี่ห้อ เป๊ปซี่ มิรินด้า เซเว่นอัพ ประกาศนโยบายบริษัทแม่ ต้องการเข้ามาลงทุนเพื่อรุกตลาดเครื่องดื่มในประเทศไทยอย่างเต็มตัว ด้วยการจัดตั้งบริษัท สตราทีจิค เบฟเวอร์เรจเจส (ประเทศไทย) ดำเนินการเทนเดอร์ ออฟเฟอร์ บริษัท เสริมสุข จากผู้ถือหุ้นรายย่อยทั้งหมด

ก่อนจะลากเกมยาวมาถึงปีนี้ ด้วยทั้งสองฝ่าย ทั้งเสริมสุขและเป๊ปซี่ โคล่า เลือกกระบวนการเจรจาพร้อมต่อรองแก้ไขสัญญาทางธุรกิจร่วมกันใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะสัญญาการใช้หัวเชื้อน้ำอัดลมว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไรในวันที่โครงสร้างการถือหุ้นบริษัท เสริมสุข เปลี่ยนใหม่

 

ไทยเบฟฯโค่น'เปปซี่'หวังใช้'เครือข่ายร้าน'ค้าชนซีพี

กระทั่งล่าสุด ในช่วงเย็นวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นวันที่สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในตลาดน้ำอัดลมของไทยมูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาท และวงการธุรกิจไทย เมื่อกลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ส่งบริษัทลูกในเครือบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ โลจิสติก “ชู้ต เอาต์” เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เสริมสุข ทั้งหมด 265,900,484 หุ้น หรือ 100% ในราคา 58 บาทต่อหุ้น รวมทั้งหมดเป็นมูลค่า 15,422,228,072 บาท

ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ กล่าวว่า บริษัทดังกล่าวเข้าซื้อหุ้นจากเป๊ปซี่ที่เสนอขายสัดส่วน 44.5% ขณะที่ก่อนหน้านี้บริษัท เอสเอสเนชั่นแนล โลจิสติกส์ (เอสเอสเอ็นแอล) เข้าถือหุ้นสัดส่วน 32% ในเสริมสุขไปก่อนหน้านี้ และไม่มีความประสงค์จะขายหุ้นจำนวนดังกล่าวให้กับบริษัท ไทยเบฟเวเรจ ในขณะนี้

สำหรับการได้กิจการเสริมสุข จะเข้ามาผสานความแข็งแกร่งในการกระจายสินค้าให้กับไทยเบฟฯ ร่วมกันได้มากขึ้น จากปัจจุบันไทยเบฟฯ จัดจำหน่ายสินค้าให้กับเครื่องดื่มโออิชิ เข้าช่องทางหลักทราดิชันนัลเทรด ขณะที่เสริมสุขเองก็มีความถนัดในอีกช่องทางการกระจายสินค้าที่แตกต่างซึ่งเป็นจุดแข็งอย่างมาก

ชลิต ลิมปนะเวช คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และอดีตประธานกลุ่มการตลาด สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (ทีเอ็มเอ) กล่าวว่า ถือเป็นกรณีศึกษาในเกมกลยุทธ์ธุรกิจที่น่าสนใจ ที่บริษัทคนไทยสามารถใช้ไหวพริบช่วงชิงธุรกิจของคนไทยด้วยกันเองมาจากบริษัทต่างชาติระดับโลกอย่างเป๊ปซี่ได้

ทั้งนี้ หากมองในมุมการตลาดแล้ว เชื่อว่ากลุ่มธุรกิจเกือบทั้งหมดของ เจริญ สิริวัฒนภักดี จะได้เปรียบหรือประโยชน์สูงสุดจากการเข้าซื้อกิจการบริษัท เสริมสุขในครั้งนี้ จากวิสัยทัศน์ของกลุ่มไทยเบฟฯ ที่กำลังมุ่งให้ความสำคัญกับธุรกิจปราศจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (นันแอลกอฮอล์) ทั้งเครื่องดื่มรายการต่างๆ ในเครือไทยเบฟฯ เอง และยังรวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ที่อยู่ในเครือบริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ (บีเจซี)

จากการใช้จุดแข็งช่องทางการกระจายสินค้าและหน่วยรถของบริษัท เสริมสุข ที่มีความแข็งแกร่งถึงช่องทางร้านค้าโชห่วยและร้านอาหารต่างๆ ในตรอกซอกซอยที่มีมากกว่า 3-4 แสนจุดทั่วประเทศ ซึ่งหากไทยเบฟฯ ยึดหัวหาดจากช่องทางร้านค้ารายย่อยชุมชนเหล่านี้ จะถือเป็น “มาร์เก็ตติง อาร์ม” แขนขาทางการตลาดที่ทรงพลัง และต่อสู้กับร้านค้าสะดวกซื้ออย่างเซเว่น อีเลฟเว่น (7-11) กลุ่ม ซี.พี.ของธนินท์ เจียรวนนท์ ที่มีสาขากระจายทั่วประเทศเกือบ 6,000 แห่ง ในปัจจุบัน

“นับเป็นสตราติจิกมูฟ ที่ชาญฉลาดของกลุ่มไทยเบฟฯ ซึ่งมีบริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์อยู่ด้วย ที่มองไปถึงการขยายตลาดนันแอลกอฮอล์ในอนาคต ซึ่งไม่ได้คิดแค่ว่าเสริมสุขจะเป็นแต่ผู้ผลิตและทำตลาดน้ำดำเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงความเป็นไปได้ในการตั้งจุดขายสินค้าแบบครบวงจร ทั้งเครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว และของใช้สินค้าในเครือในจุดเดียวกันในร้านค้าร้านอาหารต่างๆ พร้อมกันได้”

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน