posttoday
สั่งเอสเอ็มอีแบงก์ผ่อนปรนปล่อยกู้

สั่งเอสเอ็มอีแบงก์ผ่อนปรนปล่อยกู้

13 กันยายน 2554

วิรุฬให้ช่วยลดเรื่องหลักประกัน บรรเทาผลกระทบค่าจ้าง300

วิรุฬให้ช่วยลดเรื่องหลักประกัน บรรเทาผลกระทบค่าจ้าง300

“วิรุฬ” ชูนโยบายกระตุ้นการลงทุน ดันเอสเอ็มอีแบงก์กระตุ้นผู้ประกอบการรายย่อย

นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ภายหลังการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ว่า ได้สั่งการให้ธนาคารศึกษาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาทโดยให้พิจารณาเรื่องการผ่อน ปรนหลักประกันในการกู้ยืมเงินมากขึ้น

รมช.คลัง ชี้แจงว่า รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายให้ปี 2554-2555 เป็นปีแห่งการส่งเสริมการลงทุน จึงต้องกระตุ้นระบบเศรษฐกิจตั้งแต่ระบบทุนจนถึงระบบรากหญ้า รวมถึงการสนับสนุนให้ธุรกิจเอสเอ็มอีไทยสามารถแข่งขันได้ในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) แต่การทำงานต้องเป็นคลีนแบงก์ให้ได้

นายวิรุฬได้ตั้งเป้าให้เอสเอ็มอีแบงก์หาทางลดสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ให้เหลือแค่ 9% จากปัจจุบันที่มีเอ็นพีแอลอยู่ที่ 19% และตั้งเป้าหมายให้ลดลง เหลือ 16% ภายในสิ้นปีนี้

“กระทรวงการคลังต้องการให้ธนาคารปล่อยกู้แก่วิสาหกิจชุมชน (โอท็อป) โดยเฉพาะการปล่อยสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ สินเชื่อครัวไทยสู่ครัวโลก และสินเชื่อผู้ประกอบการที่ทำการค้าในพื้นที่ราชพัสดุที่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดน โดยให้ทำงานร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐแห่งอื่นๆ เช่น บสย. ธนาคารอิสลามฯ เพื่อประโยชน์สูงสุด” นายวิรุฬ ให้นโยบาย

ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า ในปี 2554 ธนาคารตั้งเป้าหมายว่าจะมีกำไร 200 ล้านบาท มีสินเชื่อคงค้างเติบโตที่ 1 แสน ล้านบาท โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้ปล่อยสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการไปมากกว่า 5.1 หมื่นล้านบาท คิดเป็นจำนวนกว่า 4 หมื่นราย ส่วนใหญ่ 96% เป็นการปล่อยกู้ให้กับรายย่อยที่มียอดสินเชื่อต่ำกว่า 5 ล้านบาทต่อราย หนี้เสียก็ลดลงอย่างมาก และธนาคารพร้อมจะสนองโยบายภาครัฐในการส่งเสริมให้เอสเอ็มอีเติบโต

นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า เตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบกรอบวงเงิน 2,000 ล้านบาท สำหรับช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัย

ทั้งนี้ กำหนดเงื่อนไขปล่อยกู้สูงสุดไม่เกินรายละ 1 ล้านบาทต่อราย มีระยะเวลาผ่อนนาน 6 ปี โดยสองปีแรกจ่ายแต่ดอกเบี้ยยังไม่ต้องจ่ายเงินต้น และปีที่ 3 ให้คิดอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ไม่ต้องใช้หลักประกัน และไม่ต้องตรวจเครดิตบูโร โดยคาดว่าจะช่วยผู้ประกอบการได้กว่า 1 หมื่นราย หรือเฉลี่ยปล่อยกู้ไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย

“เบื้องต้น คงจะมีการเสนอให้ ครม. พิจารณาวงเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ 2,000 ล้านบาทก่อน ถ้าไม่พอหรือไม่ครอบคลุมก็จะเสนอขอขยายวงเงินเพิ่มเติม โดยเบื้องต้นคาดว่าวงเงิน 2,000 บาท น่าจะใช้ในการปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้กว่า 1 หมื่นราย หรือเฉลี่ยปล่อยกู้ต่อรายที่ 5 แสนบาท โดยผู้ที่มีสิทธิ์ยื่นกู้จะให้สิทธิทั้ลูกค้าเก่าและลูกค้ารายใหม่” นายโสฬส กล่าว


 

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน