
แอลพีเอ็นบุกคอนโดพัทยา
แอล.พี.เอ็น. ผุดโครงการ 2 แบบทูอินวัน มูลค่า 3,000-4,000 ล้าน
แอล.พี.เอ็น. ผุดโครงการ 2 แบบทูอินวัน มูลค่า 3,000-4,000 ล้าน
ติดหาดจอมเทียน เจาะกลุ่มคน กทม.ลงทุนซื้อบ้านตากอากาศและคนทำงานพัทยา
นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวว่า ในปลายเดือน ต.ค.นี้ บริษัทจะเปิดขายคอนโดมิเนียมริมหาดจอมเทียน พัทยา ชื่อว่า ลุมพินี พาร์ค บีช จอมเทียน ซึ่งเป็นโครงการที่ 2 หลังจากได้เปิดโครงการแรก ลุมพินี คอนโดทาวน์ พัทยาเหนือ-สุขุมวิทไปแล้วในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา และสามารถปิดการขายได้ในเวลาอันรวดเร็ว
สำหรับโครงการลุมพินี พาร์ค บีช จอมเทียน มีที่ดิน 18 ไร่ ด้านหนึ่งจะติดกับหาดจอมเทียน อีกด้านหนึ่งจะติดถนนพัทยาสาย 2 บริษัทจึงแบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 เฟส เฟสแรกจะเป็นเฟสติดทะเล หรือซีวิว 3 อาคาร จำนวนไม่เกิน 2,000 ยูนิต จับกลุ่มคนกรุงเทพฯ ที่ต้องการมีคอนโด มิเนียมตากอากาศที่พัทยา ราคาขายเริ่มต้นที่ 1.5 ล้านบาท สำหรับห้องขนาด 28 ตร.ม.
สำหรับอีกเฟสจะติดถนน หรือซิตีวิว 2 อาคาร ประมาณ 1,000 ยูนิต เน้นจับกลุ่มคนทำงานที่พัทยาเป็นหลัก ราคาขายเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาทบวกลบ ทั้งสองเฟสรวมกันจะมีมูลค่าโครงการรวม 3,000-4,000 ล้านบาท ส่วนที่กรุงเทพฯ บริษัทมีแผนจะเปิดโครงการใหม่อีก 2 โครงการในช่วงปลายปี มูลค่าโครงการรวม 1,000 ล้านบาท จะทำให้ทั้งปีบริษัทมีโครงการเปิดใหม่รวม 10 โครงการ
รายงานข่าวระบุว่า ตลาดคอนโดมิเนียมที่พัทยาเริ่มมีผู้ประกอบการรายใหญ่จากส่วนกลางให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น นอกจาก 2 โครงการที่บริษัท แอล.พี.เอ็น.ฯ เปิดตัวไปแล้ว และยังเตรียมที่จะหาซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท และศุภาลัย ก็ให้ความสนใจที่จะมาลงทุน จากก่อนหน้านี้มีบริษัท เช่น ไรมอนแลนด์ และเอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่ง เป็นต้น ก็เข้ามาลงทุนในพัทยาแล้ว
ขณะเดียวกัน บริษัท พรสันติ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท แอล.พี.เอ็น.ฯ ก็เตรียมที่จะเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้โดยเป็นการขยายธุรกิจมาพัฒนาโครงการทาวน์โฮม 2 โครงการแรกจะเป็นโครงการที่อยู่ในเขตเมือง ได้แก่ บริเวณอาคารจอดรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีลาดพร้าว ส่วนอีกโครงการจะอยู่ในซอย เสนาฯ







