
‘กรุงศรีออโต้’เปิดให้กู้ทั้ง7วัน
ทุ่มงบปรับโฉมร่วม200ล้านเดินหน้าหาพันธมิตรองค์กร
ทุ่มงบปรับโฉมร่วม200ล้านเดินหน้าหาพันธมิตรองค์กร
กรุงศรี ออโต้ ทุ่ม 200 ล้านบาท เพิ่มช่องบริการลูกค้าตามห้างสรรพสินค้า ปั๊มน้ำมัน ทำงานครบ 7 วัน ดันยอดสินเชื่อใหม่แสนล้าน
นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส หรือกรุงศรี ออโต้ เปิดเผยว่า บริษัทได้ตั้งงบไว้ประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นตลาดในครึ่งปีหลัง เพื่อให้สามารถปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อใหม่ได้ถึง 1 แสนล้านบาท และมียอดสินเชื่อรวมอยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาท และมีฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น 8 แสนราย จากเดิม 7.5 แสนราย
นายไพโรจน์ กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทจะเปิดตัวสาขาใหม่ในรูปแบบต่างๆ อีก 10 สาขา ใน 3 รูปแบบ ประกอบด้วย 1.แบบกรุงศรี ออโต้ เอ็กซ์เพรส 3 สาขา เป็นสาขาในห้างสรรพสินค้าที่ให้บริการตลอด 7 วัน และสามารถอนุมัติสินเชื่อได้ภายใน 1 ชั่วโมง โดยสาขาแรกเปิดที่ห้างบิ๊กซี 2.แบบสาขาย่อย 6 สาขา เป็นสาขาขนาดย่อมในพื้นที่ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่ต้องการเน้นให้เข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ที่ไม่มีสาขาของบริษัทอยู่ และ 3.แบบสาขาเต็มรูปแบบอีก 1 สาขา ที่จะเปิดให้บริการในพื้นที่สถานีบริการน้ำมันของ ปตท.
“เราเน้นขยายช่องทางตลาดรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ด้วยการเข้าไปตั้งสาขาในห้างหรือปั๊มน้ำมัน เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด สอดคล้องกับผลสำรวจจากลูกค้าที่ต้องการให้บริษัทมีสาขาตามห้างสรรพสินค้าเหมือนกับธนาคาร และเปิดบริการได้ครบ 7 วัน ซึ่งเราตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อผ่านสาขารูปแบบใหม่นี้ให้ได้เดือนละ 500 ล้านบาท” นายไพโรจน์ กล่าว
นายไพโรจน์ กล่าวว่า บริษัทยังได้ตั้งฝ่ายลูกค้าองค์กรขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อเจาะไปยังพนักงานขององค์กรต่างๆ ล่าสุดได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เพื่อให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อกับสมาชิก กบข. ด้วยดอกเบี้ยพิเศษอัตราเดียว 2.35% ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการมาได้ 2 เดือน ก็ปล่อยสินเชื่อได้แล้ว 1,600 ล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้ 500 ล้านบาท ทำให้ปัจจุบันบริษัทมียอดสินเชื่อรวมสำหรับพนักงานองค์กรร่วม 3,000 ล้านบาท จากเดิมที่มีไม่ถึง 100 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อใหม่ได้ 5.1 หมื่นล้านบาท เติบโต 58% โดยมียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 1.37 แสนล้านบาท เติบโต 30% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้แค่ 20% ซึ่งสาเหตุหลักมาจากยอดขายรถยนต์ที่เติบโตขึ้นถึง 20% และลูกค้าในต่างจังหวัดเติบโตได้ดี โดยเฉพาะจากกลุ่มเกษตรกรที่มีรายได้เพิ่มจากราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้น ทำให้ซื้อรถมากขึ้น รวมถึงการปรับปรุงบริการที่สะดวกให้กับลูกค้า







