
นักเศรษฐศาสตร์ไม่เห็นด้วยตั้งกองทุนมั่งคั่งฯ
กรุงเทพโพลล์เผยนักเศรษฐศาสตร์50.7% ไม่เห็นด้วยตั้ง"กองทุนความมั่งคั่ง" ชี้ศก.โลกผันผวนเสี่ยงขาดทุนสูง
กรุงเทพโพลล์เผยนักเศรษฐศาสตร์50.7% ไม่เห็นด้วยตั้ง"กองทุนความมั่งคั่ง" ชี้ศก.โลกผันผวนเสี่ยงขาดทุนสูง
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ(กรุงเทพโพลล์) ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานด้านการวิเคราะห์ วิจัยเศรษฐกิจระดับชั้นนำของประเทศ 29 แห่ง จำนวน 67 คน เกี่ยวกับแนวคิดในการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ของรมว.การคลัง โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 6-9 ก.ย. ที่ผ่านมา พบว่า นักเศรษฐศาสตร์ร้อยละ 50.7 ไม่เห็นด้วยกับการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งฯ โดยใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศ ในส่วนที่ไม่ใช่เงินของคลังหลวง-เงินหนุนพันธบัตร-ทองคำหลวงตามหาบัว
ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างให้เหตุผลว่า (1) ภาวะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันมีความผันผวนสูง ทำให้เสี่ยงต่อการขาดทุน (2) ระบบการเมืองและระบบราชการไทยในปัจจุบันยังไม่เอื้อต่อการจัดตั้งกองทุน อีกทั้งยังสุ่มเสี่ยงต่อปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน และการทุจริตคอร์รัปชัน
นอกจากนี้นักเศรษฐศาสตร์ 68.7% ยังมองว่า ระบบราชการ/การบริหารงานของภาครัฐ/รวมถึงข้าราชการประจำและข้าราชการการเมืองของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่มีความพร้อมต่อการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งฯ
อย่างไรก็ตามนักเศรษฐศาสตร์ ได้เสนอแนะประเด็นและข้อคิดเห็นต่างๆ เกี่ยวกับการจัดตั้ง “กองทุนความมั่งคั่งฯดังนี้
(1) เสนอให้ตั้งคณะทำงานที่เป็นอิสระจากฝ่ายการเมืองจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำการศึกษาในประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาเรื่อง ความจำเป็นในการจัดตั้งกองทุน แหล่งที่มาของเงินลงทุน ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการลงทุน กรอบในการลงทุน ผลตอบแทน และความเสี่ยง เป็นต้น
(2) เงื่อนไขที่สำคัญในการจัดตั้งกองทุน คือ ความพร้อมของฝ่ายการเมืองที่ต้องไม่มีคอร์รับชัน ผลประโยชน์ทับซ้อน และต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการบริหารจัดการกองทุน อีกทั้งควรมีระบบติดตามตรวจสอบการดำเนินงาน ความโปร่งใส และมีหลักธรรมาภิบาล
(3) แหล่งที่มาของการจัดตั้งกองทุนควรมาจากแหล่งอื่นๆ มากกว่าที่จะมาจากทุนสำรองระหว่างประเทศ เช่น การระดมทุนจากประชาชน เงินกำไรจากรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น







