
หวั่นขาดดุล3.9 แสนล้านเงินเฟ้อจะสูงขึ้น
นักวิชาการมธ.เห็นว่า งบประมาณขาดดุลสูง 3.9 แสนล้านบาท อาจทำให้เกิดปัญหาอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น
นักวิชาการมธ.เห็นว่า งบประมาณขาดดุลสูง 3.9 แสนล้านบาท อาจทำให้เกิดปัญหาอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น
นายสกนธ์ วรัญญวัฒนา นักวิชาการคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การกำหนดกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ที่กำหนดวงเงินรายจ่ายไว้ 2.35 ล้านล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ 1.96 ล้านล้านบาท จะทำให้ขาดดุลงบประมาณสูงถึง 3.9 แสนล้านบาท ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น
ขณะที่อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบส่วนใหญ่ ไปในรูปแบบการทำโครงการประชานิยม ผ่านการรับจำนำสินค้าเกษตร โครงการบ้านหลังแรก โครงการรถยนต์คันแรก และการปรับเพิ่มเงินเดือนราชการ ซึ่งทำให้ราคาสินค้าและค่าครองชีพปรับสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูการบริหารจัดการของรัฐบาลในการหารายได้ให้เพียงพอต่อการจัดทำงบประมาณรายจ่าย เพราะการเติบโตของรายจ่าย สูงมากกว่ารายได้ ทำให้ต้องผลักดันการหารายได้ในอนาคตในรูปแบบภาษีอื่น ดังนั้น รัฐบาลต้องดูแลอัตราเงินเฟ้อ ไม่ให้ปรับตัวสูงมากนัก ด้วยการหารายได้จากการขยายฐานภาษี การเดินหน้าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และโครงการอื่น ให้เพียงพอต่อรายจ่ายของรัฐบาล
นายสกนธ์ กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล ต้องระวังเรื่องการขึ้นทะเบียนรับจำนำ ว่าเป็นเกษตรจริงหรือไม่ โดยต้องควบคุมดูแลโรงสีข้าวอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการทุจริต ส่วนการรับจำนำข้าวเปลือกในราคาสูง จะช่วยผลักดันให้ราคาข้าวในตลาดโลกปรับสูงขึ้น เป็นไปได้ยาก เนื่องจากประเทศไทยมีคู่แข่งสำคัญ อย่างเวียดนาม ส่วนมาตรการดูแลราคาข้าวถุง ไม่ให้มีราคาสูงจนกระทบผู้บริโภค ต้องหามาตรการอื่นมารองรับ เพราะการแทรกแซงราคาข้าว ทำได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น
นายสกนธ์ วรัญญวัฒนา นักวิชาการคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การกำหนดกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ที่กำหนดวงเงินรายจ่ายไว้ 2.35 ล้านล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ 1.96 ล้านล้านบาท จะทำให้ขาดดุลงบประมาณสูงถึง 3.9 แสนล้านบาท ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น
ขณะที่อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบส่วนใหญ่ ไปในรูปแบบการทำโครงการประชานิยม ผ่านการรับจำนำสินค้าเกษตร โครงการบ้านหลังแรก โครงการรถยนต์คันแรก และการปรับเพิ่มเงินเดือนราชการ ซึ่งทำให้ราคาสินค้าและค่าครองชีพปรับสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูการบริหารจัดการของรัฐบาลในการหารายได้ให้เพียงพอต่อการจัดทำงบประมาณรายจ่าย เพราะการเติบโตของรายจ่าย สูงมากกว่ารายได้ ทำให้ต้องผลักดันการหารายได้ในอนาคตในรูปแบบภาษีอื่น ดังนั้น รัฐบาลต้องดูแลอัตราเงินเฟ้อ ไม่ให้ปรับตัวสูงมากนัก ด้วยการหารายได้จากการขยายฐานภาษี การเดินหน้าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และโครงการอื่น ให้เพียงพอต่อรายจ่ายของรัฐบาล
นายสกนธ์ กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล ต้องระวังเรื่องการขึ้นทะเบียนรับจำนำ ว่าเป็นเกษตรจริงหรือไม่ โดยต้องควบคุมดูแลโรงสีข้าวอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการทุจริต ส่วนการรับจำนำข้าวเปลือกในราคาสูง จะช่วยผลักดันให้ราคาข้าวในตลาดโลกปรับสูงขึ้น เป็นไปได้ยาก เนื่องจากประเทศไทยมีคู่แข่งสำคัญ อย่างเวียดนาม ส่วนมาตรการดูแลราคาข้าวถุง ไม่ให้มีราคาสูงจนกระทบผู้บริโภค ต้องหามาตรการอื่นมารองรับ เพราะการแทรกแซงราคาข้าว ทำได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น







