
นักวิชาการยันน้ำมันขึ้นลงตามตลาดโลก
นักวิชาการแจงราคาน้ำมันขึ้นลง 3 รอบ หลังชะลอเก็บเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สะท้อนต้นทุนและเป็นไปตามตลาดโลก เอกชนไม่ได้ประโยชน์
นักวิชาการแจงราคาน้ำมันขึ้นลง 3 รอบ หลังชะลอเก็บเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สะท้อนต้นทุนและเป็นไปตามตลาดโลก เอกชนไม่ได้ประโยชน์
นายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพลังงาน กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นนั้น ปรับขึ้นตามภาวะราคาตลาดโลกที่ผันผวน เพียง 2 สัปดาห์ราคาน้ำมันที่ตลาดสิงคโปร์ปรับขึ้นถึง 11 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ภาคเอกชนจึงจำเป็นต้องปรับราคา นอกจากนี้ จากที่มีการปรับเพิ่มส่วนต่างระหว่างราคาเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ก็ทำให้ค่าการตลาดแก๊สโซฮอล์ปรับลดต่ำลงมาก ในขณะที่ค่าการตลาดเบนซินอยู่ในเกณฑ์สูง ผู้ค้าน้ำมันจึงมีการเกลี่ยค่าการตลาดระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมแล้วค่าการตลาดเฉลี่ยน้ำมันขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 1.20 บาท/ลิตรเท่านั้น ต่ำกว่าที่ควรจะเป็นที่เอกชนควรจะได้ไม่ต่ำกว่า 1.50 บาท/ลิตร ดังนั้น การปรับขึ้นราคาน้ำมันจึงไม่ได้อยู่ในภาวะผิดปกติ และเอกชนก็ไม่ได้กำไรมากเกินไปแต่อย่างใด เพราะน้ำมันเป็นราคาตลาดโลก การจำหน่ายในประเทศก็จะต้องสะท้อนต้นทุนโลกด้วย
นายมนูญกล่าวด้วยว่า เห็นด้วยการที่รัฐบาลศึกษาปรับโครงสร้างราคาพลังงาน โดยสิ่งที่ควรทำให้เร็วที่สุดเพรายืดเยื้อมานาน คือ การลดการอุดหนุนก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวี แล้วปรับการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้เหมาะสม รวมไปถึงควรจะยกเลิกการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับแก๊สโซฮอล์ 95 ที่ขณะนี้เป็นน้ำมันตัวเดียวที่ถูกจัดเก็บเงินกองทุน ในอัตรา 1.40 บาทต่อลิตร เพื่อเพิ่มส่วนต่างกับราคาเบนซิน ซึ่งเป็นพลังงานทดแทน ราคาน่าจะต่ำกว่าเบนซิน ส่วนในอนาคตการรักษาส่วนต่างระหว่างน้ำมันและแก๊สโซฮอล์ ก็ควรใช้ภาษีสรรพสามิตมาใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินการ ซึ่งหากมีการปรับโครงสร้างพลังงานครบวงจร กองทุนน้ำมันฯ ก็ไม่จำเป็นต้องมาอุดหนุนอะไรอีกแล้ว
ทั้งนี้ ในวันนี้พรรคประชาธิปัตย์ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น 3 รอบ หลังชะลอเก็บเงินกองทุนน้ำมัน เข้ากระเป๋านักธุรกิจผู้ค้าน้ำมัน ไม่เข้าเงินกองทุนน้ำมันฯ สร้างความไม่ยุติธรรมกับประชาชน







