
เครือข่ายต้านโกงปึ้ก30องค์กรถก14ก.ย.
ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นมีผู้เข้าร่วมเพิ่มจาก 23 เป็น 30 องค์กร
ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นมีผู้เข้าร่วมเพิ่มจาก 23 เป็น 30 องค์กร
พร้อมเดินหน้าต้านคอร์รัปชัน เล็งจับมือ สตง.เสริมความเข้มข้นตรวจสอบ
นายวิชัย อัศรัสกร กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยพร้อมขับเคลื่อนภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นต่อไป โดยขณะนี้มีองค์กรที่พร้อมจะเข้าร่วมเป็นเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชันเพิ่มขึ้นเป็น 30 องค์กรแล้ว จากเริ่มต้นมี 23 องค์กร ซึ่งการทำงานมีความคืบหน้าอย่างมาก โดยหอการค้าไทยได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และกำลังจะจับมือร่วมกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อตรวจสอบและปราบปรามคอร์รัปชันให้ลดลง
“เราจะสานต่อเจตนารมณ์ของคุณดุสิต นนทะนาคร ผู้ริเริ่มตั้งเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นต่อไปแน่ โดยเชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยลดการคอร์รัปชันได้มากกว่าในอดีต” นายวิชัย กล่าว
ทั้งนี้ หอการค้าฯ ได้ทำงานร่วมกับ ป.ป.ช.อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการติดตามการบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่ของ ป.ป.ช. เพราะถือเป็นกฎหมายที่เน้นปราบคอร์รัปชันจากต้นตอจริงๆ เช่น กฎหมายฉบับนี้ให้พ่อค้าหรือข้าราชการที่เคยทำผิดหรือมีส่วนร่วมในการคอร์รัปชันมาร่วมเป็นพยาน เพื่อให้สาวไปถึงผู้จ้างวานที่แท้จริงได้ จากเดิมที่ผู้เข้ามาสารภาพผิดก็จะโดนจับ ทำให้ไม่มีใครกล้าเปิดเผย ซึ่งวันที่ 14 ก.ย.นี้ จะมีการประชุมและประกาศแผนเดินหน้า
นอกจากนี้ การจัดซื้อจัดจ้างจากภาครัฐโครงการไหนที่ใช้งบประมาณเกิน 5 แสนบาท จะต้องกระทำอย่างเปิดเผย และทำบัญชีส่งกรมสรรพากรเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างประชาสัมพันธ์ การจัดซื้อคุรุภัณฑ์ เป็นต้น ก็ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทั้งหมด หรือการจ่ายเงินเกิน 3 หมื่นบาทจะต้องจ่ายเป็นเช็ค ห้ามใช้เงินสด ซึ่งจะช่วยลดการยัดเงินใต้โต๊ะ และจะช่วยให้ดำเนินงานอย่างโปร่งใสมากขึ้น โดยในวันที่ 14 ก.ย. นี้ จะมีการประชุมเครือข่ายภาคีต่อต้านคอร์รัปชั่น เพื่อประกาศการดำเนินงานอีกครั้ง
นายฉัตรชัย บุญรัตน์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยจะดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้ 4 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ที่มีนายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการคนที่ 1 เป็นผู้ดูแล 2.การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของหอการค้าไทย ที่มีนายฉัตรชัยเป็นผู้ดูแล
3.การลดความเหลื่อมล้ำด้วยโครงการ 1 ไร่ 1 แสนบาท และโครงการ 1 บริษัท 1 ชุมชน เริ่มที่ จ.ขอนแก่น และ 4.สร้างความเข้มแข็งให้หอการค้าภูมิภาคทั้ง 76 จังหวัด ห้เข้มแข็ง และเป็นที่ยอมรับทัดเทียมกับหอการค้าส่วนกลาง โดยมีนายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการ เป็นผู้ดูแล
“การทำงานจะไม่หยุด เพราะคณะกรรมการทำงานเป็นทีมภายใต้การนำของคุณดุสิต รวมทั้งการจัดประชุมใหญ่หอการค้าทั่วประเทศ ก็ต้องดำเนินการต่อ ส่วนการสืบทอดทายาทก็มีแผนที่ชัดเจนอยู่แล้ว โดยจะแจ้งอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 22 ก.ย.นี้” นายฉัตรชัย กล่าว







